หน้าแรก
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
ประวัติ Personal Information
ค้นหาแบบละเอียด
เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก
เศรษฐศาสตร์การเมือง
สังคม
แรงงาน วิจัย
ชุมชน
การศึกษา
โลกาภิวัตน์
สื่อมวลชน
การตลาด
การเงิน การธนาคาร
หมอฟัน
Article(Thai)
เข้าระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อคอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก? สมัครสมาชิกฟรี!
โพลล์
คณะที่นักเรียนและนักศึกษาต้องการเรียนมากที่สุดในมหาวิทยาลัยบูรพา?
  
ใครออนไลน์อยู่ตอนนี้!
เรามี 17 ผู้มาเยือน ออนไลน์
Statistics
Visitors: 39866819
powered_by.png, 1 kB

กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ PDF พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย วิษณุ บุญมารัตน์   
Thursday, 22 July 2010

ให้นิสิตพิมพ์ข้อความข้างล่าง ก่อนตอบคำถาม  10 คนแรกได้คะแนนพิเศษ

เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 

ชื่อนิสิต-------------------- นามสกุล-------------------

รหัสนิสิต -------------------------- ลำดับเลขที่----------------- 

คณะการจัดการและการท่องเที่ยว 


สาขาการ------------------------------------

 

///////////////////////////////////////

เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่

ประเด็นที่เห็นด้วย

1....................

2................               

ประเด็นไม่เห็นด้วย

1.....................

2...................                

สรุป....................................

 

ให้ส่งภายในวันศุกร์ก่อนเที่ยวคืน ของ วันที่ 24 ก.ค.2553

สำหรับห้องที่เรียนเช้าวันพฤหัสบดีตอนเช้า วิชา กฎหมายแรงงาน เวลาเรียน 9.00-11.50 น.

หมาย เหตุ : ขอให้นิสิตส่งครั้งเดียว เมื่อคอมฯ เขาบอกว่าได้รับแล้ว ไม่ต้องส่งอีก ผมจะขึ้นให้วันหลังอยากช้าของเช้าวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.2553

ความคิดเห็น
วิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไข
Written by unchalee21 on 2010-07-22 12:17:03
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 
ชื่อนิสิต นางสาวอัญชลี นามสกุล แตงเส็ง 
รหัสนิสิต 51022520 ลำดับเลขที่ 5  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
////////////////////////// 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการเปลี่ยนกฎหมายใหม่ เพราะผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น 
2.การจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท ซึ่งรวม ๆ กันแล้ว ปีหนึ่งก็จะเป็นเงิน 3,360 บาทต่อปี ซึ่งจะเท่ากับกฎหมายเก่า มาตรา 40 แต่จะได้รับการคุ้มครองที่มากกว่า 
3.การได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุรพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ เพราะกฎหมายเก่า มาตรา 40 ได้รับการคุ้มครองแค่ 3 กรณี คือ คลอดบุตร ทุรพลภาพ และตาย จะไม่มีกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ 
4.สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ ก็จะบอกถึงการได้รับเงินทดแทนในแต่ละกรณี ระยะเวลาที่ได้กี่ครั้ง ครั้งละไม่เกินเท่าใด ซึ่งจะเป็นข้อดี เพราะกฎหมายเก่า มาตรา 40 ไม่ได้บอกรายละเอียดในแต่ละกรณีได้อย่างชัดเจน ผู้ประกันตนบางคนอาจไม่เข้าใจได้ 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.กฎหมายที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ควรจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ได้ไวขึ้น 
2.ในการกำหนดระยะเวลาเห็นได้อย่างชัดเจนก็จริง แต่ในกรณีที่เจ็บป่วย ประกันได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ในกรณีเช่นนี้ การเจ็บป่วยปีหนึ่ง อาจจะมากกว่า 2 ครั้งก็ได้  
 
สรุป 
ในการปรับเปลี่ยนกฎหมายใหม่ ถือว่าเป็นข้อดีของผู้ประกันตน ที่จะเริ่มใช้ในเดือนหน้า ซึ่งผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนก็จะสามารถสมัครประกันตนในมาตรา 40 ได้ และยังได้รับการคุ้มครอง สิทธิประโยชน์มากกว่าเดิม ซึ่งในการจ่ายเงินสมทบก็จ่ายเหมือนเดิม 
Written by parjaree on 2010-07-22 12:23:20
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
นางสาวปาจรีย์ บารมีสกุลชัย 
รหัสนิสิต 51130546 ลำดับเลขที่29 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1ผู้สมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา40จะได้รับสิทธิ์ประโยชน์5กรณี คือ กรณ๊ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณ๊ทุพพลภาพ กรณ๊ตายและกรณ๊ชราภาพ เพราะเนื่อจากมีความครอบคุมทุกกรณ๊ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครประกันตน 
 
2กรณีคลอดบุตรครั้งละ3000บาท 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่มีความเหมาะสมกับกรณีคลอด บุตรแล้ว 
 
3กรณีคลอดบุตรครั้งละ3000บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าคนละไม่เกิน2ครั้งมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นการช่วยควบคุมอัตราการเกิด นอกจากมีจำนวนประชากรจะไม่เพิ่ม ยังเป็นการช่วยประหยัดเงินของภาครัฐด้วย 
 
4กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาทเป็นระยะเวลา15ปี 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าความเหมาะสมในเรื่องของจำนวนเงินและระยะเว ลาเนื่องจากผู้ที่ทุพพลภาพจะได้มีกำลังใจต่อสู้กับสภาพร่างกายท ี่เขาต้องพบเจอ 
 
5กรณีตายจะได้รับเงินทำศพ30000บาท 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าในการจัดงานศพมีค่าใช้จ่ายมากมาย เงินจำนวน30000บาทมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง 
 
6กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าไม่เพียงแต่เงินที่ได้ แต่การได้รับผลประโยชน์อื่นๆก็สำคัญเช่นเดียวกน เช่นการขึ้นรถโดยสารให้เว้นการเก็บค่่าโดยสารแก่ผู้ชรา 
 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1ต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ280บาท 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่ากไปนิดหน่อย ควรจะเป็น250บาทซึ่งน่าจะมีความเหมาะสมพอดีกับรายได้ของผู้สมัค รประกันตน 
 
2กรณีเจ็บป่่วยขาดรายได้ครั้งละ1000บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง 
เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าการอยู่ในโรงพยาบาล 3 วัน ต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์แล้ว การจ่ายเงินเพียงจำนวน 1000 บาท นั้นไม่เพียงพอ ควรจะชดเชยวันละ 500 บาท เพราะเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงเกินไป และการชดเชยทุกวันผู้ป่วยจะได้นำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ และในส่วนของปีละไม่เกิน 2 ครั้ง นั้นเป็นการจำกัดสิทธิ์เกินไป ซึ่งการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุนั้นมิได้มีใครอยากให้เกิด ซึ่งการจะพักอยู่ในโรงพยาบาลต้องได้รับความเห็นจากแพทย์อยู่แล้ ว 
 
สรุป ในมาตรา 40มีทั้งความเห็นที่ตรงและไม่ตรงกันซึ่งข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างว ่านักHRที่ดีจะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างไปใช้ ดังที่ท่านอาจารย์วชิรวิชญ์มักปลูกฝั่งให้นิสิตเป็นนักHRที่เก่ งและคนดีไปพร้อมกัน 
 
 
 
งานครั้งที่ 6
Written by worapon on 2010-07-22 12:31:12
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 
ชื่อนิสิต นาย วรพล นามสกุล อำนวยยนต์วารี 
รหัสนิสิต 51130874 ลำดับเลขที่ 43 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว 
 
สาขาการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามมาตรา 40 คุ้มครองมากกว่าฉบับเดิม เพราะฉบับเดิมคุ้มครอง3 กรณี (กรณีคลอดบุตร , กรณีทุพพลภาพ , กรณีตาย) เปลี่ยนเป็นคุ้มครอง 5 กรณี (กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย , กรณีคลอดบุตร , กรณีทุพพลภาพ , กรณีตาย , กรณีชราภาพ) 
2. การจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆ ละ 280 บาท จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกันตน เพราะฉบับเดิมจะจ่ายเป็นรายปี ก้อนเดียว แต่การจ่ายเป็นเดือนนั้นจะทำให้ผู้ประกันตนสามารถที่จะรับผิดชอ บได้มากกว่า 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. กรณีทุพพลภาพ ควรจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ตลอดชีพ เพราะทุพพลภาพก็คงไม่มีวันกลับมามีร่างกายที่ปกติสมบูรณ์ ดังนั้น ควรคุ้มครองตามอายุของผู้ประกันตน 
2. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ควรได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง และไม่ควรกำหนดว่าต้องเป็นผู้ป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป 
สรุป 
มาตรา 40 ฉบับใหม่ คุ้มครอง 5 กรณี (กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย , กรณีคลอดบุตร , กรณีทุพพลภาพ , กรณีตาย , กรณีชราภาพ) โดยเพิ่มจากเดิม ขึ้นมา 2 กรณี (กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย , กรณีชราภาพ) เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตนทุกคนและนักการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมา ก็เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ประกันตนเองโดยตรงเช่นกัน
Written by p2armz14 on 2010-07-22 12:31:21
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
 
ชื่อนิสิต ปฐมพงษ์ นามสกุล พรธีระบูรณ์ 
 
รหัสนิสิต 51130485 ลำดับเลขที่ 27  
 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
 
 
 
///////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
 
1. การเพิ่มกรณีได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่ม 
เพราะ จากเดิมที่การประกันตน มาตรา 40 ได้ให้การคุ้มครองทั้งหมดเพียง 3 กรณี เมื่อมีการแก้ไขใหม่เพิ่มกรณีได้รับสิทธิคุ้มครองเพิ่มเป็น 5 กรณี คือเพิ่มกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บ และกรณีชราภาพ โดยเฉพาะกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ที่เพิ่มเข้ามาถือว่าเป็นผลดีกับผู้ประกันตนอย่างยิ่ง 
 
2. เงินทดแทนหรือเงินสงเคราะห์บางกรณีเหมาะสม 
คือ เงินทดแทนหรือเงินสงเคราะห์ในบางรายการเหมาะสมกับเงินที่ได้จ่า ยไปในแต่ละเดือน เช่น เงินที่ได้จากกรรีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ได้ถึงครั้งละ 1,000 บาท  
 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
 
1. เงินทดแทนหรือเงินสงเคราะห์ที่จ่ายให้ในบางกรณี เห็นว่าไม่เหมาะสม 
เช่น การจ่างเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร ที่ให้เพียง 3,000 บาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะใช้ในการคลอดบุตร  
 
2. จำนวนครั้งที่เอาเงินทดแทนได้ในกรรีประสบอัตรายหรือเจ็บป่วย 
เพราะ การเจ็บป่วยหรือการประสบอัตรายนั้นไม่มีใครรู้ว่าใน 1 ปี จะเกิดขึ้นกี่ครั้ง แต่ได้มีการจำกัดการเอาเงินทดแทนได้เพียง 2 ครั้งต่อปี  
 
สรุป. การแก้ไขมาตรา40 
1.ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท 
2.ได้สิทธิประโยชน์ในการคุ้มครองเพิ่มเป็น 5 กรณี คือ 
2.1 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
2.2 กรณีคลอดบุตร 
2.3 กรณีทุพพลภาพ 
2.4 กรณีชราภาพ 
2.5 กรณีตาย 
3. เงินทดแทนหรือเงินสงเคราะห์แต่ละกรณี 
- กรณีประสบอันตราบหรือเจ็บป่วย ได้รับ 1,000/ครั้ง เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 3 วัน ได้ทั้งสิ้น 2ครั้ง/ปี 
- กรณีคลอดบุตร ได้รับ ครั้งละ 3,000 บาท ไม่เกิน 2ครั้ง 
- กรณีทุพพลภาพ ได้รับ 1,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี 
- กรณีชราภาพ ได้รับเงินตามจำนวนที่จ่ายเข้าสะสมกองทุนพร้อมผลประโยชน์ทดแทนอ ื่นๆ 
- กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม ม
Written by UbonwanPotiluck on 2010-07-22 12:33:45
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวอุบลวรรณ โพธิลักษณ์ 
รหัสนิสิต 51131222 ลำดับเลขที่ 54  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
? เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ในการแก้ไขกฎหมายในมาตรา 40 นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนเป็นอย่างมาก คือ มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มมาอีก 2 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือบาดเจ็บ และกรณีชราภาพ ซึ่งจากเดิมมีแค่ 3 กรณี คือ กรณีครอดบุตร กรณีทุรพลภาพ และกรณีตาย ซึ่งตอนนี้ก็ทำผู้ประกันตนมีสิทธิเพิ่มมากขึ้นเป็น 5 กรณี 
2. ในการได้รับเงินทดแทน ก็มีความเหมาะสมต่อผู้ประกันตนดีในอัตราส่วนที่เหมาะสม 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. ดิฉันเห็นว่าในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนนี้ควรเพ ิ่มทั้ง 7 กรณีเลยตามมาตรา 54 แต่อาจจะเป็นว่าได้รับเงินทดแทนในอัตราส่วนที่น้อยลงหรือต่างจา กผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 
2. ดิฉันคิดว่าในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ไม่มีใครที่จะสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ไว้ล่วงหน้าได้ ดังนั้น ในการที่จะได้รับเงินทดแทนไม่ควรกำหนดการเข้ารับการรักษาไว้ว่า ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง หรืออาจจะเพิ่มกฎหมายมาว่ากรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในการเข้ารับการรักษาไม่เกินปีละ 2 ครั้ง ในวงเงินไม่เกิน 1000 บาท และถ้าเกิน 2 ครั้งต่อปี ให้วงเงินในการรักษาไม่เกิน 500 บาท ทั้งนี้ก็ควรเห็นสิทธิที่จะเกิดโดยไม่คาดคิดในตรงนี้บาง 
3. ในกรณีชราภาพ ในการที่จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ควรกำหนดวงเงินมาเลยว่าไม่น้อยกว่า 100 บาท แต่ไม่เกิน 10000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ดิฉันเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์แต่พวกที่มีตำแหน่งสูงๆ มีฐานเงินเดือนที่สูง คนพวกนี้ก็จะได้รับประโยชน์มากเกินควร และแถมยังมี “พร้อมประโยชน์ตอบแทนอีก”  
สรุป 
ในการแก้ไขข้อกฎหมายใหม่นี้ดิฉันเห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้ประกั นตนโดยตรงและเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดี แต่ในการแก้ไขข้อกฎหมายในมาตรา 40 นี้ ดิฉันก็ยังเห็นว่ามีส่วนที่มีข้อบกพรองอยู่บ้าง ดูแล้วเห็นว่ายังเอาประโยชน์ของตนเป็นหลักอยู่ ดังนั้น จึงอยากให้มีการปรับปรุงและแก้ไขข้อกฎหมายในแต่ละมาตราอีกต่อไป เพื่อความเป็นธรรมและความเสมอภาคของคนไทยที่มีสิทธิทั่วประเทศ 
 
 
การวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 ที่
Written by Natthawadi on 2010-07-22 12:39:50
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต น.ส.ณัฐวดี นามสกุล พึ่งบุญญะ 
รหัสนิสิต 51130287 ลำดับเลขที่ 23  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
////////////////////////////////////////////////////////////// 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆ ละ 280 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นจาก 3 กรณี คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีตายเป็น 5 กรณี โดยเพิ่มกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและกรณีชราภาพเข้ามาด้วย 
2. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง คิดว่ามีความเหมาะสมดีแล้ว 
3. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่มีความทุพพลภาพ เพราะไม่สามารถทำงานหารายได้ได้เอง ต้องพึ่งพาญาติพี่น้อง จึงคิดว่าภายในระยะเวลา 15 ปีนี้ น่าจะมากพอสำหรับการช่วยเหลือและเยี่ยวยาพอที่จะสามารถตั้งตัวไ ด้ 
4. กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท คิดว่ามีความเหมาะสม เพราะเป็นผู้ว่างงานไม่มีรายได้ จึงคิดว่าถ้าได้รับสิทธิประโยชน์ตรงส่วนนี้จะได้ไม่เดือดร้อนญา ติพี่น้องในการจัดงานศพ 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เ ดือนละ 1000 บาท เมื่อป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งคิดว่าข้อนี้ไม่เหมาะสมเพราะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยนั ้น แต่ละครั้งล้วนแตกต่างกัน อาจจะประสบเล็กน้อยหรือรุนแรงแล้วแต่กรณี เพราะฉะนั้นการทดแทนรายได้เดือนละ 1000 บาท คิดว่าน้อยไป รวมถึงการกำหนดว่าปีละไม่เกิน 2 ครั้งคิดว่าไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิ ดอันตรายได้เมื่อใดจะเจ็บป่วยเมื่อใด 
2. กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ( ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท ) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน คิดว่าไม่เหมาะสมเพราะมีการกำหนดว่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท แต่น่าคิดถึงฐานเงินเดือนที่เคยปฎิบัติงานมาก่อนว่าแต่ละคนมีไม ่เท่ากัน ดังนั้นจึงน่าจะกำหนดจำนวนเงินให้เท่ากันไปเลย เพราะอยู่ในกรณีชราภาพเหมือนกัน ว่างงานเหมือนกัน จึงน่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียบกัน 
สรุป จากการวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 ที่แก้ไขใหม่ มีความคิดเห็นว่าบางข้อก็ถูกแก้ไขเพื่อเป็นการอำนวยสิทธิประโยช น์แก่ผู้ประกันตนมากขึ้น อย่างเช่นกรณีการเพิ่มสิทธิประโยชน์จาก 3 กรณีเป็น 5 กรณี , กรณีคลอดบุตร ,กรณีทุพพลภาพ , กรณีตาย เป็นต้น แต่บางข้อก็ยังมีการแก้ไขให้เป็นไปในทางที่ยีงมีการเอารัดเอาเป รียบผู้ประกันตนหรือมีความไม่เท่าเทียบกันระหว่างผู้ประกันตนอย ู่ ดังนั้นจึงน่าจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้มีความสอดคล้องก ันในแต่ละยุคแต่ละสมัยและไม่ใช่เฉพาะแค่มาตรา 40 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตราอื่นๆที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน 
Written by kimbuay on 2010-07-22 12:40:19
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต น.ส. สิริกาญจน์  
นามสกุล เพ็ญศิริกุล 
รหัสนิสิต 51131017 ดับเลขที่ 49 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
งานชิ้นที่6 
วิพากษ์มาตรา40 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.สิทธิประโยชน์มีแค่5กรณี เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ น่าจะมีสงเคาระห์บุตรและว่างงาน เพิ่มอีกสองกรณีเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกั นตน 
2.กรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้เงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 1.000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตั้งแต่3วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน2ครั้ง ไม่เห็นด้วยในการกำหนดจำนวนครั้งต่อปี เพราะการเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายเป็นสิ่งทึ่ไม่คาดคิด จะเกิดเมื่อไรตอนไหนเราไม่สามารถรู้ได้เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยาก ให้เกิด ฉะนั้น ถ้าในปีหนึ่งมีการเจ็บป่วยเกินสองครั้ง เราก็ควรจะช่วยในทุกครั้ง 
3.ในการคลอดบุตรจะต้องหยุดงาน น่าจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร อาจจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากแต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ป ระกันตนได้อีกทาง 
4.ในกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ1.000บาท ไม่ควรกำหนดระยะเวลา ควรจะช่วยเหลือตลอดชีวิต อาจจะมีข้อกำหนดเพิ่มขึ้นก็ได้ว่าต้องจ่ายเงินสมทบมาไม่น้อยกว่ ากี่เดือนหรือกี่ปี 
5.กรณีตายจะได้เงินรับค่าทำศพ 30.000บาทแล้ว ควรจะมีเงินสงเคาระห์ให้กับทายาทหรือครอบครัวของผุ้ตาย อาจจะกำหนดตามที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบก็ได้ เพราผู้ตายอาจจะเป็นเสาหลักของครอบครัว อาจจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ตาย ฉะนั้นเราควรจะช่วยส่งเคาระห์เงินเพื่อเป็นกำลังใจถึงจะเป็นจำน วนไม่มาก แต่ก็อาจจะเป็นทุนของครอบครัวนั้นต่อไปก็ได้ 
 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ตามาตรา 40 ผู้สมัครประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ280 บาท ก็เป็นจำนวนเงินที่สมควร ไม่มากจนเกินไปสามารถที่จะจ่ายได้ในบุคคลทุกระดับ และจำนวนเงินที่จ่ายไปก็เหมาะสมและคุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่ไ ด้รับอย่างมาก 
2.กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนจะได้เงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้า กองทุนไม่น้อยกว่าเดือนละ100บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ในกรณีนี้เห็นเหมาะสมด้วยทั้งหมด 
 
 
 
 
 
 
สรุปมาตรา40 
ผู้ประกันตนในมาตรา40ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ280บาท ได้รับสิทธิประโยชน์5อย่างคือ 
1.เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง 
2.คลอดบุตร ได้รับเงินสงเคราะหืคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง 
3.ทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 1000 บาทเป็นระยะเวลา 15 ปี 
4.ตาย ได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท 
5.ชราภาพ ได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
 
Written by joinz on 2010-07-22 12:40:43
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวกมลชนก นามสกุล สิริสินเพิ่มพูน 
รหัสนิสิต 51130034 ลำดับเลขที่ 18 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
 
งานชิ้นที่ 6 
วิพากษ์มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาท เพราะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก ลูกจ้างสามารถที่จะจ่ายได้ ไม่มากเกินกำลัง 
2.กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1000 บาท พร้อมผลประโชยน์ตอบแทน เพราะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่ากฎหมายเดิม และเป็นประโชยน์ต่อตัวลุกจ้างเอง 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั ้งละ 1000 บาท เมื่อผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะได้เงินน้อยไปเนื่องจากกฎหมายเดิมกล่าวไว้ว่าถ้าประสบอันต รายหรือเจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ระบ ุไว้ในบัตรรับรองสิทธิ การรักษาพยาบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ 
2.สิทธิประโยชน์มี 5 กรณีเพราะมีสิทธิประโชยน์น้อยกว่ากฎหมายเดิม น่าจะมีการสงเคราะห์บุตรและว่างงานเหมือนเดิม 
3.กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเรคาะห์บุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะคิดว่าได้รับเงินสงเคราะห์บุตรน้อยเกินไปและไม่ได้รับเงิน สงเคราะหืการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตณจึงคิดว่าไม่ยุติธรรมต่อลู กจ้าง ดังนั้นกฎหมายเดิมจึงมีสิทธิประโยชน์มากกว่า 
4.กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินมดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาทเป็นเวลา 15 ปี เพราะได้ระยะยเวลาสั้นลง เนื่องจากกฎหมายเดิมจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 2000 บาท และจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดชีวิต ควรจะเพิ่มระยะเวลานการรับเงินทดแทนให้มากกว่านี้ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แก่ตัวลูกจ้างเอง 
5.กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท เพราะควรได้รับมากกว่านี้ และทายาทควรจะได้รับเงินสงเคราะหืด้วย เนื่องจากผู้เสียชีวิตอาจเป็นหัวหน้าครอบครัวจึงควรจะได้เงินเพ ิ่ม เพราะในข้อกฎหมายเดิมจะได้รับค่าทำศพ 40000 บาท 
 
สรุป : มาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณีคือ 
1. กรณีประสบอันตรายและเจ็บป่วย ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง 
2. กรณีคลอดบุตร ได้รับเงินสงเคราะห์คลอดบุตรครั้งละ 3000 บาทคนละไม่เกิน 2 ครั้ง 
3. กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี 
4. กรณีตาย ได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท 
5. กรณีชราภาพ ได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนที่จ่ายสะสมเข้ากองทุนไม่น้อยกว่าเดื อนละ 100 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
 
Written by pairaya on 2010-07-22 12:45:00
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ นางสาวไปรยา เสริมสุนทรศิลป์ 
รหัสนิสิต 51130584 ลำดับเลขที่ 30 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
งานชิ้นที่ 6 
วิพากษ์มาตรา 40 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. กรณีตายได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท เป็นจำนวนที่น้อยลงและทายาทก้ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ 
2. กรรีตายได้รับเพียงเงินทำศพแต่ไม่ได้ระบเงินสมทบและเงินสงเครา ะหื 
3. กรณีคลอดบุตรได้รับเงินสงเคราะห์บุตร ครั้งละ 3000 บาท ดิฉันคิดว่าน้อยเกินไปและไม่ได้รับเงินสงเคราะหืการหยุดงาน 
4. กรรีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท ดิฉันคิดว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป เพราะผู้ทุพพลภาพขาดรายได้จึงน่าจะให้เงินมากกว่านี้ เงินจำนวน 1000 บาท ไม่น่าจะเพียงพอในการใช้จ่ายในแต่ละเดือน 
5. ได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตราหรือเจ็วป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ดิฉันคิดว่ามันน้อยเกินไป น่าจะเพิ่มกรรีว่างงานและสงเคราะห์บุตรเพิ่มขึ้น 
 
ประเด็นเห็นด้วย 
1. การรีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นเวลา 15 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่นานพอสมควร 
2. จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาทเป็นจำนวนที่ไม่มากจนกินไป ผู้ประกันตนน่าจะสามารถจ่ายได้ และเมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับทั้งหมดจึงถือว่าเป็นจำ นวนเงินที่คุ้มมาก 
3. กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายเข้ากองทุน(ไม่น้ อยกว่าเดือนละ 100 บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ในกรณีชราภาพดิฉันเห็นด้วยทั้งหมด 
 
สรุป 
มาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท และได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ 
1. กรณีประสบอันตรายและเจ็บป่วย ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง 
2. กรณีคลอดบุตร ได้รับเงินสงเคราะห์คลอดบุตรครั้งละ 3000 บาทคนละไม่เกิน 2 ครั้ง 
3. กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี 
4. กรณีตาย ได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท 
5. กรณีชราภาพ ได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนที่จ่ายสะสมเข้ากองทุนไม่น้อยกว่าเดื อนละ 100 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
Written by sirinun on 2010-07-22 15:16:17
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ นางสาวศิรินันท์ นามสกุล เนตรสุวรรณ 
รหัส 51028331 ลำดับเลขที่ 16  
 
คณะ การจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ในมาตรา 40 เดิมนั้น คุ้มครองเพียง 3 กรณี แต่กฎหมายที่แก้ใหม่ในมาตรา 40 นั้นคุ้มครอง 5 กรณี ซึ่งครอบคลุม ถึงผู้ที่สมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 ไม่ว่าจะประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ สามารถรับเงินทดแทนได้ตามจำนวนเงินที่ระบุตามข้อกฎหมาย ซึ่งเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ที่เพิ่มกรณีคุ้มครองผู้ประกันตนให้ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุหรือ เจ็บป่วยที่ไม่สามารถคาดการณ์ก่อนได้ 
2. กรณีคลอดบุตร คนละไม่เกิน 2 ครั้ง นั้นหมายถึงว่า เป็นการควบคุมประชากรครอบครัวไม่ให้มีบุตรมากเกินไป ทางประกันสังคมคงเห็นว่าการมีบุตรมากกว่า 2 คน อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางครอบครัว และอื่นๆได้ 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยกำหนดว่าจะได้รับเงินทดแทนเพียง ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง แต่การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ถ้าหากเกิดการเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายมากกว่าสองครั้งต่อปีแล้ ว ตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นไปจะมิได้รับการคุมครอง จึงเล็งเห็นว่าควรจะทำการคุ้มครองทุกครั้งแต่การคุ้มครองอาจมีก ารตรวจสอบดูก่อนว่าเกิดอุบัติเหตุจริงร้ายแรงสมควรได้รับเงินทด แทนไหม หรือการสร้างสถานการณ์ เพื่อเรียกค่าทดแทนการขาดรายได้อย่างไม่ถูกต้อง 
สรุป 
ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้มีการปรับปรุงข้อกฎหมาย โดยให้ครอบคลุมถึงเรื่องของการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และชราภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยนั้น ควรจะมีการคุ้มครอบให้ดีกว่านี้ ตามประเด็นที่วิพากษ์ข้างต้น  
ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับจำนวนเงินที่ส่งสมทบทำให้ผู้ป ระกันตนสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข 
 
///////////////////////// 
คนสุดท้ายของ 10 คนแรก 
///////////////////
วิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใ
Written by hahawsung555 on 2010-07-22 12:55:45
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นายพรเทพ นามสกุล พวงสุวรรณ 
รหัสนิสิต 51130621 ลำดับเลขที่ 34  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามมาตรา 40 ซึ่งมี 5 กรณี ดังนี้ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย,  
กรณีคลอดบุตร, กรณีทุพพลภาพ, กรณีตาย และกรณีชราภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ข้าพเจ้าเห็นด้วย  
เพราะได้ให้สิทธิแก่ผู้ประกันตนมากกขึ้น 
2. กรณีคลอดบุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร ครั้งละ 3,000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง  
ซึ่งเป็นประเด็นที่ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะข้าพเจ้ามองว่าสิทธิประโยชน์ในข้อนี้ถือเป็นการควบคุมการ 
ให้กำเนิดทางอ้อมด้วย เพราะคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ที่เหลือต้องจ่ายเองแบบเต็มๆ  
จึงทำให้น่าจะมีแนวโน้มการให้กำเนิดบุตรอยู่ในอัตราที่พอดีและส ามารถเลี้ยงดูบุตรได้ดีในระดับหนึ่ง 
3. การจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะผู้ประกันตนจ่ายเงินเท่าเดิม 
ต่อเดือนแต่ได้สิทฺประโยชน์เพิ่มมากขึ้น 
4. กรณีตาย ได้ค่าทำศพ 30,000 บาท ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเหลือญาติๆ 
ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายของผู้ประกันตนที่จะได้รับประโยชน์นี้ 
5. กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน(ไ ม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท)  
พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะผู้ประกันตนได้รับเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียว 
ตามที่ตนได้สะสมเข้ากองทุน(ไม่น้อยกว่า เดือนละ 100 บาท) เพื่อเป็นเงินในการดำรงชีวิตในยามชรา 
โดยไม่เดือนร้อนผู้อื่นหรือเป็นภาระแก่ญาติๆและผู้อื่น 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท  
เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย  
เพราะประโยชน์ตามสิทธิข้อนี้มีข้อจำกัดมากเกินไปและไม่ควรมีข้อ จำกัดด้านจำนวนครั้งที่ใช้สิทธิ 
2. กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี  
ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะในความคิดเห็นของข้าพเจ้า น่าจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไปตลอดชีวิต 
สรุป 
ในความคิดของข้าพเจ้า ในมาตรา 40 นี้ ได้มีการแก้ไขใหม่ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40  
ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นจากเดิม ซึ่งโดยรวมแล้ว ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้ แต่ถ้ามองลึกลงไปในบางจุด 
ก็ยังมีจุดที่ผู้ประกันตนได้รับสิทธิไม่เต็มที่ตามสมควรในแต่ละ กรณี อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายในมาตรา 40 ในครั้งนี้  
ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลได้หันมาสนใจการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประก ันตนตามมาตรา 40 มากขึ้น  
และจุดนี้เองทำให้ข้าพเจ้าคาดเดาว่า น่าจะมีผู้เข้าร่วมประกันตนตามมาตรา 40 นี้ มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน 
 
Written by NeXeN on 2010-07-22 12:56:12
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตพงศ์ธวัช นามสกุล เบญจวงศ์รัตน์ 
รหัสนิสิต 51130591 ลำดับเลขที่ 31 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1 มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจาก 3 กรณี เป็น 5 กรณี เพราะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ผู้สมัครประกันสังคมจะได้รับ ให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้สมัครประกันสังคมด้วย 
2 มีการจ่ายบำเหน็จกรณีชราภาพโดยจะจ่ายให้เท่ากับจำนวนเงินที่ผู้ ประกันตนได้จ่ายสะสมเข้ากองทุนไว้ เพราะ เป็นการส่งเสริมให้ผู้ทำประสังคมเก็บสะสมเงินไว้เพื่อใช้ในยามช รา และยังจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอีกด้วย  
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1 มีการปรับลดจำนวนเงินทดแทนลง อย่างเช่น การคลอดบุตรจะได้ครั้งละ 3000 บาท ไม่เกิน 2 ครั้ง จากเดิมที่ได้ 12000 บาท ไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะเป็นการลดรอนสิทธิที่ผู้ทำประกันสังคมจะได้รับจากเดิมก่อน ที่จะมีการแก้ไขกฎหมาย 
สรุป 
จากการที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายมาตรา 40 จะเห็นได้ว่ามีทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ผู้ทำประกันสังคมจะ ได้รับและมีการลดจำนวนเงินทดแทนที่จะได้รับอีกเช่นกัน ซึ่งเมื่อนำสิ่งที่เพิ่มขึ้นมากับสิ่งที่ลดลงไปมาเปรียบเทียบกั นแล้ว จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ได้เพิ่มคุ้มค่ากับสิ่งที่ถูกลดลงไป จึงสรุปได้ว่าการปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายใหม่มีความเหมาะสม 
วิพากษ์ความคิดเห็น
Written by prapawan on 2010-07-22 12:58:33
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวประภาวัลย์ นามสกุล พาดี 
รหัสนิสิต 51130492 ลำดับเลขที่28  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ผู้มีสิทธิประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณีคือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีการคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และ กรณีชราภาพซึ่งจากเดิมมีการคุ้มครองเพียง 3กรณีคือ คลอดบุตร ทุรพลภาพ และตาย จึงเป็นสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้นที่ผู้ทำประกันสสังคมจะได้รับ 
2. กรณีทุรพลภาพจะได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลา15 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมดีแล้ว 
3. กรณีชราภาพจะไดรับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนที่จ่ายสะสมกองทุน( ไม่น้อยกว่าเดือนละ100 บาท)พร้อมกับผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะส มและสมควรแล้ว 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายไ ด้ครั้งละ 1000 บาทซึ่งดิฉันคิดว่าน่าจะได้รับเงินทดแทนที่มากกว่านี้คือ2000บา ทขึ้นไปแล้วแต่การประสบอุบัติเหตุหริอประสบอันตรายที่เกิดขึ้นว ่ามากน้อยเพียงไร 
2.เมื่อมาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง น่าจะมีการได้รับเงินทดแทนมากกว่านี้คือปีละ 2 ครั้งขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5 ครั้ง 
3. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ3000 บาท มีความเห็นว่าน่าจะได้รับมากกว่านี้คือ4000-5000บาท 
4.กรณีที่ทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท มีความเห็นว่าน่าจะได้รับมากกว่านี้คือเดือนละ2000 บาทเพราะว่าผุ้ที่ทุพพลภาพหรือพิการนั้นจะไม่สามารถประกอบอาชีพ ได้ถ้าได้รับเพียงแค่1000บาทน่าจะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ 
สรุป ประกันสังคมตามมาตรา40 ที่มีการไขใหม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ที่ผู้มีสิทธิป ระกันตนจะด้รับเพิ่มเป็น5 กรณีดังนี่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีการคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพจากเดิมที่มีการคุ้มครองเพียง3 กรณีคือ กรณีการคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีการตายในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทน การขาดรายได้ครั้งละ1000บาทเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้1000 บาทซึ่งจากเดิมได้รัค่ารักษาพยาบาทเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือน ละ 2000 บาท ในกรณีที่คลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคาะห์การคลอดบุตรครั้งละ3000ค นละไม่เกิน 2ครั้ง ซึ่งบจากเดิมได้รับเป็นแบบเหมาจ่ายครั้ง12000บาท กรณีที่ตายจะได้รับเงินค่าทำศพ30000บาทซึ่งจากเดิมได้รับ40000บ าทและในกรณีที่ชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่ จ่ายสะสมเข่ากองทุน(ไม่น้อยกว่าเดือนละ100 บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน นี่คือกฎหมายประกันสังคมมาตราที่40 ที่มีการแก้ไขใหม่ 
Written by noon on 2010-07-22 13:03:11
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวสุดาวรรณ นามสกุล วงษ์พันทา 
รหัสนิสิต 51131055 ลำดับเลขที่ 52 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
 
งานชิ้นที่ 6 
วิพากษ์มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.กรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพราะทำให้ผุ้ประกันมีสิทธิได้รับการรักษาโดยที่ไม่ต้องเสียค่า ใช้จ่าย 
2.กรณีชราภาพ เพราะจะทำให้ผู้ประกันตนได้รับเงินเดือนไว้ใช้จ่ายในตอนชราภาพ 
3. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ทุกเดือนเป็นระยะเวล า 15 ปี เพราะผู้ประกันสามารถมีเงินไว้ใช้จ่ายดดยที่จะทำให้ผู้ประกันจะ ได้ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระให้กับผู้อื่น 
4. กรณีได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน เพราะผู้ประกันจะได้มีเงินใช้ในช่วงเกษียณอายุแล้ว 
5.การจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท แต่ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นกว่ามาตราเดิม 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. การได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็วป่วย ไม่ควรจ่ายเป็นครั้งเดียว ควรจ่ายเป็นค่าแรงงานขั้นต่ำทุกวันที่ได้ประสบอันตรายจนกว่าจะห ายเป็นปกติและกลับไปทำงานได้ ควรกำหนดปีละไม่เกิน 6 ครั้ง 
2.กรณีคลอดบุตรควรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 6000 บาท 
3.กรณีทุพพลภาพควรจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1800-3000 บาท เพื่อที่จะได้เป้นการเพียงพอต่อค่าหารหรือควรจะให้ตามสภาพเศรษฐ กิจ 
 
สรุปความคิดของข้าพเจ้า 
ผู้ประกันตนมาตรา 40 มีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีชราภาพ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย ซึ่งจะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาท ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ค รั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง กรรีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระบะเวลา 15 ปี กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน พร้อมผลประโชยน์ตอบแทน 
 
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน
Written by sansanee on 2010-07-22 13:05:53
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
 
ชื่อน.ส ศันสนีย์ นามสกุลธาสิมา 
 
รหัสนิสิต 51130980ลำดับเลขที่47 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
งานชิ้นที่6 
วิพากษ์ มาตรา40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ในการจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 แล้วได้รับสิทธิประโยชน์ทั้ง 5 กรณีเพิ่มขึ้น 
จากเดิมคือกรณีชราภาพ และเจ็บป่วย ซึ่งจากเดิมได้แค่ 3 กรณี คือ คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม 
 
 
 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีเจ็บป่วยได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาทเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่3 วันขึ้นไป ซึ่งได้ปีละไม่เกินปีละ2 ครั้ง ถือว่าน้อยเกินไปเพราะผู้ประกันตนควรได้รับเงินทดแทนในการขาดรา ยได้เนื่องจากการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยมากกว่า2 ครั้ง 
2. กรณีคลอดบุตรได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งละ 3000 บาทคนละไม่เกิน2 ครั้งซึ่งเงินสงเคราะห์จากการคลอดบุตรน้อยลงจากเดิม 
3. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ1000 บาทเป็นระยะเวลา15 ปีซึ่งถือว่าน้อยเกินไป จากเดิมได้รับเงินทดแทนร้อยละ50 ของค่าจ้าง และจากเดิมมีการจ่ายค่าทดแทนให้ตลอดชีวิตแต่ฉบับนี้ได้แค่ 15 ปี 
4. กรณีตายได้รับค่าทำศพแค่ 30000 บาทจากเดิมได้ 40000 บาท จึงถือว่าได้รับเงินค่าทำศพน้อยกว่าเดิม 
 
 
 
 
สรุป มาตรา40 
มาตรา 40 มีประเด็นที่ข้าพเจ้าเห็นด้วยคือในการจ่ายเงินสมทบรายเดือน เดือนละ 280 บาทแล้วได้รับสิทธิประโยชน์ทั้ง 5 กรณี คือประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ  
กรณีตาย และกรณีชราภาพซึ่งทำให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์มากขึ้นกว่าเด ิม 
ส่วนประเด็นที่ไม่เห็นด้วยมีหลายประเด็น คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณี 
คลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย ได้รับเงินทดแทนและสิทธิประโยชน์ลดลงจากกฎหมายฉบับเดิม 
 
 
Written by Biwtiiwa on 2010-07-22 13:06:21
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต อังคณา นามสกุล อังคนาวิน 
รหัสนิสิต 51131185 ลำดับเลขที่ 53 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1 ผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท ที่ดิฉันเห็นด้วยเพราะ คิดว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากจนเกินไป ไม่น่าจะเกินกว่าความสามารถของผู้ประกันตนที่จะจ่ายได้จากกฎหมา ยประสังคมฉบับเดิมมาตรา 40 ที่กำหนดไว้ให้ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายปี ปีละ 3360 บาท ซึ่งเป็นจำนวนมากผู้ประกันตนอาจไม่มีความสามารถจ่าย 
2 ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ซึ่งคุ้มครองมากกว่าเดิม 2 กรณี ที่ดิฉันเห็นด้วยเพราะ คิดว่าผู้ประกันตนน่าจะได้ใช้สิทธิประโยชน์ในกรณีตายและกรณีชรา ภาพด้วย 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1 การคุ้มครองผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ที่ดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะ คิดว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป เงินสงเคราะห์การคลอดบุตรน่าจะมีจำนวนสูงกว่านี้ เพราะการคลอดบุตรน่าจะมีค่าใช้จ่ายมาก 
สรุป 
ดิฉันคิดว่าถ้ามองโดยภาพรวมแล้วถือว่ากฎหมายประกันสังคมมาตรา 40 ฉบับใหม่ที่มีการไขข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายเงินสมทบของผู้ป ระกันตนให้จ่ายเป็นรายเดือนแทนรายปีถือว่ามีความเป็นธรรมดีแต่จ ำนวนเงินทดแทนดิฉันคิดว่าน้อยเกินไป 
 
 
ครั้งที่ 6
Written by pinyada11 on 2010-07-22 13:38:58
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวภิญญดา นามสกุล สรรพบพิตร 
รหัสนิสิต 51022414 ลำดับเลขที่ 2  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
/////////////////////////////////////// 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. เห็นด้วยที่ปรับเปลี่ยนในมาตรา 40 ให้มีหลักประกันสังคมเพิ่มขึ้นจากมาตรา 40(เก่า) เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นจากเดิม 
2. เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในกรณีประสบอันตรายห รือเจ็บป่วย เพราะกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากมันจะ มาเมื่อไหร่เราก็ไม่รู้ เตรียมตัวรับปัญหาดังกล่าวไม่ทัน ดังนั้นเป็นการดีมากกับการที่ตัวบุคคลนั้นๆได้รับสิทธิประโยชน์  
3. เห็นด้วยกับกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในสิทธิข้อประโยชน์ได้กำหนดรายละเอียดขึ้นว่า “จะได้รับเงินทดแทนขาดรายได้อีกเดือนละ 1,000 บาท แต่ต้องเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง” เพราะอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยในปีนึงมักจะเกิดขึ้นมากครั้ง ฉะนั้นถ้ามีสิทธิประโยชน์ข้อนี้เราสามารถได้รับเงินทดแทนในกรณี นี้ด้วย โดยไม่ต้องเสียเงินของเราไปอย่างเดียว ยังได้รับเงินทดแทนจากกรณีนี้ด้วย 
4. เห็นด้วยกับกรณีคลอดบุตร กล่าวคือ ในปัจจุบันนั้นผู้คนนิยมมีบุตรไม่เกิน 2 คน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเป็นปัจจัยตัวสำคัญ ฉะนั้นกรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งล่ะ 3,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลืออีกทางนึง 
5. เห็นด้วยกับกรณีทุพพลภาพ นอกจากร่างกายจะพิการแล้ว บางรายอาจจะทำงานไม่ได้ ดีที่หลักประกันสังคมข้อนี้บัญญัติขึ้นว่า ผู้พิการที่ขาดรายได้จะได้รับเงินเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี 
6. เห็นด้วยกับกรณีการตาย และ ชราภาพ ในกรณีตายจะได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท เป็นการช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับการทำศพ ส่วนกรณีชราภาพจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท พร้อมประโยชน์ตอบแทน เป็นการช่วยเหลือบุคคลผู้ชราภาพที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี  
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. การปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมกรณีในมาตราที่ 40 น่าจะจัดปรับเปลี่ยนให้เร็วกว่านี้ เพื่อประโยชน์ที่จะได้รับของผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิตั้งแต่แรก 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยควรได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ แต่ไม่ควรกำหนดระยะเวลาปีละไม่เกิน 2 ครั้ง แต่ควรเพิ่มให้มากกว่า 2 ครั้ง เพราะกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมากภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อสิทธิและประโยชน์ของผู้ประกันตนที่จะได้รับเพิ่มมากขึ้น 
3. กรณีทุพพลภาพ เพราะ ไม่ควรกำหนดระยะเวลา 15 ปี น่าจะปรับเปลี่ยนเป็น จนกว่าตัวผู้ประกันตนจะเสียชีวิต เพราะบุคคลที่พิการบางรายไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องพึ่งพ าบิดามารดาจึงเป็นภาระสำหรับผู้เลี้ยงดู  
สรุป… 
จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านรายละเอียดในมาตรา 40 คิดว่าเป็นผลดีมากเลยทีเดียวที่ได้เพิ่มกรณีมา 2 กรณี คือ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย , กรณีชราภาพ ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากต่อผู้ประกันตนทุกคนที่ย่อมมีสิทธิได้รับ ใน 2 กรณีนี้ เพื่อผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิที่เหมือนกัน เท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากในการที่ได้ออกหลักประกันสังคมนี้เพิ่มขึ้ นจากของเดิม 
วิพากษ์ ม.40
Written by tepdarak on 2010-07-22 13:51:18
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นายโอฬาร นามสกุล เทพดารักษ์ 
รหัสนิสิต 51131239 ลำดับเลขที่ 55  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1 มีการเพิ่มสิทธิของผู้ประกันตนเอง ให้มากขึ้นจาก 3กรณี เป็น 5กรณี ซึ้งเป็นการคุ้มครองที่มากขึ้น เพราะในมาตรา 40 ที่ยังไม่มีการปรับปรุงการคุ้มครองมีแค่ 3กรณี 
2 ให้ผู้ประกันตนในมาตรา 40 จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาท เพราะการจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท ซึ้งเป็นจำนวนเงินไม่มากจนเกินไปเฉลี่ยแล้ววันหนึ่งจ่ายไม่เกิน 10 บาทต่อวัน จึงไม่เป็นการเพิ่มภารของผู้ประกันตนเองมากเกินไป  
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ค รั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ไม่เห็นด้วยเพราะ ในการรับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3วันขึ้นไป คือถ้าผู้ประกันตนเองประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลเป็ นเวลานานกว่า 3 วัน มากจนเป็นสัปดาห์ ๆ แต่ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้แค่ครั้งละ 1000 บาท กระผมคิดว่ามันน้อยไป น่าจะเป็นการคิดแบบเป็นวันตามอัตราการขาดรายได้ตามจริงที่เหมาะ สม 
สรุป 
กระผมเห็นด้วยกับกฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 เป็นมาตราที่มียืดหยุ่นดีและมีความยุติธรรมด้วย แต่ก็มีบางกรณีที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ดูภาพโดยรวมแล้วกฎหมายประกันสังคมมาตรา 40 มีความสมบูรณ์ 
 
วิพากษ์มาตรา 40
Written by yongwut on 2010-07-22 14:04:09
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ ชื่อนิสิต นาย ยงวุฒิ นามสกุล วีรชินโชติ รหัสนิสิต 51130775 ลำดับเลขที่ 38 คณะการจัดการและการท่องเที่ยว สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ผู้ที่เป็นสมาชิกประกันสังคม ตามมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ใน 5 กรณี ได้แก่ กรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ 
2. เป็นผลดีต่อกรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน เพราะจะได้มีเงินในการเลี้ยงชีพต่อไป 
3. กรณีการตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท ผมคิดว่าเหมาะสมแล้ว 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย  
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 1,ooo บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง กระผมคิดว่ามันน้อยไป เมื่อเทียบกับระยะเวลาในการป่วยของลูกจ้าง และกระผมคิดว่าในกรณีที่ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี ก็ยังดูน้อยเกินไปสำหรับลูกจ้าง เพราะอาชีพของลูกจ้างเป็นอาชีพที่ต้องใช้แรงงาน ต้องใช้กำลังกายในการทำงาน ทำให้อาจจะเจ็บป่วยในการทำงานได้ง่าย 
2. ในกรณีคลอดบุตร จะได้รับเงินครั้งละ 3,000 บาท ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี กระผมคิดว่าควรที่จะได้รับเงินสงเคราะห์มากกว่านี้ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาหลังจากการคลอดบุตรและอาจจะยังไม่มีแรงในการทำงาน 
3. ในกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี กระผมคิดว่า การได้รับเงินจำนวน 1,ooo บาทต่อเดือนนั้น อาจจะน้อยไป เพราะคนพิการนั้นอาจจะไม่มีอาชีพ ทำให้ไม่มีเงินในการประกอบอาชีพ และอาจจะมีภาระต่าง ๆ ในครอบครัวอีกด้วย 
สรุป  
ตามมาตรา 40 ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีชราภาพ กรณีตาย อาจจะมีบางข้อในมาตราที่กระผมไม่เห็นด้วย แต่โดยรวมของมาตรากระผมคิดว่า เหมาะสมแล้วที่ใช้ข้อกฎหมายนี้ เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ประกันตนในการทำงาน 
 
 
Written by ammy on 2010-07-22 14:06:45
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต น.ส.ณัฐวดี นามสกุล พึ่งบุญญะ  
รหัสนิสิต 51130287 ลำดับเลขที่ 23  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
คณะ การจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1.กรณีได้รับสิทธิประโยชน์5กรณีคือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพจากเดิมคุ้มครองแค่3กรณี เพราะจะช่วยขยายสิทธิผู้ประกันตนมากขึ้น 
2. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเห็นด้วยเพราะการให้เงินบำ เหน็จผู้สูงอายุนั้นถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้เค้ามีเงินใช้จ่า ยในชีวิตประจำวันเพราะในวันนั้นเค้าอาจไม่สามารถทำงานได้แล้วแล ้วไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันดังนั้นกรณีนี้ก็อาจเป็น อีกทางหนึ่งที่เป็นรายได้ให้เค้ามีเงินใช้จ่าย 
3.กรณีตายได้รับเงินทำศพ30,000 บาทเห็นด้วยเพราะการทำศพต้องใช้เงินจำนวนมากดังนั้นได้รับเงินท ำศพมาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนคนข้างหลังเพราะเค้าอาจจะไม่มีเงินท ำศพให้เราก็ได้ถ้าฐานะทางเค้าไม่สามารถมีกำลังพออย่างน้อยก็มีเ งินตรงนี้ช่วยในการทำศพ 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ( ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท ) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนดิฉันคิดว่าควรจะระบุจำนวนเงินไปเลยว่าทา ง สปส. จะให้เงินส่วนนี้เท่าไรอย่างน้อยควรไม่ต่ำกว่าเดือนละ1,000บาทเ พราะถ้าเค้าได้แค่100บาทก็ไม่พอสำหรับการดำรงชีวิต 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดราย ได้เดือนละ 1000 บาท เมื่อป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ดิฉันคิดว่าน่าจะไม่ต้องกำหนดครั้งต่อปีในการรักษาการเจ็บป่วยใ นเพราะการเจ็บป่วยในเข้ารงพยาบาลนั้นในแต่ละครั้งอาจต้องใช้เงิ นจำนวนมากในการรักษาดังนั้นทาง สปส .ควรจะช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ให้กับผู้ประกันตน 
สรุป. การแก้ไขมาตรา40  
เมื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในม. 40นั้นได้เพิ่มสิทธิประโยชน์มาจากเดิม3กรณีเป็น5กรณีคือกรณีประ สบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพซึ้งสามารถช่วยเหลือผู้ประกันตนได้มากขึ้น และสำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้น้อยก็เป็นการช่วยเหลือให้ลดคว ามกังวลและภาระจากการมีประกันสังคม และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีประกันสังคมหันม าขอรับทำประกันสังคมกันมากขึ้นเพราะมีสิทธิประโยชน์มากขึ้นจากเ ดิม 
Written by ammy on 2010-07-22 14:09:32
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ นางสาวภัครินทร์ อ่อนลำยอง 
รหัส 51130690 ลำดับเลขที่ 37 
คณะ การจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์  
คณะ การจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1.กรณีได้รับสิทธิประโยชน์5กรณีคือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพจากเดิมคุ้มครองแค่3กรณี เพราะจะช่วยขยายสิทธิผู้ประกันตนมากขึ้น 
2. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเห็นด้วยเพราะการให้เงินบำ เหน็จผู้สูงอายุนั้นถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้เค้ามีเงินใช้จ่า ยในชีวิตประจำวันเพราะในวันนั้นเค้าอาจไม่สามารถทำงานได้แล้วแล ้วไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันดังนั้นกรณีนี้ก็อาจเป็น อีกทางหนึ่งที่เป็นรายได้ให้เค้ามีเงินใช้จ่าย 
3.กรณีตายได้รับเงินทำศพ30,000 บาทเห็นด้วยเพราะการทำศพต้องใช้เงินจำนวนมากดังนั้นได้รับเงินท ำศพมาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนคนข้างหลังเพราะเค้าอาจจะไม่มีเงินท ำศพให้เราก็ได้ถ้าฐานะทางเค้าไม่สามารถมีกำลังพออย่างน้อยก็มีเ งินตรงนี้ช่วยในการทำศพ 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ( ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท ) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนดิฉันคิดว่าควรจะระบุจำนวนเงินไปเลยว่าทา ง สปส. จะให้เงินส่วนนี้เท่าไรอย่างน้อยควรไม่ต่ำกว่าเดือนละ1,000บาทเ พราะถ้าเค้าได้แค่100บาทก็ไม่พอสำหรับการดำรงชีวิต 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดราย ได้เดือนละ 1000 บาท เมื่อป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ดิฉันคิดว่าน่าจะไม่ต้องกำหนดครั้งต่อปีในการรักษาการเจ็บป่วยใ นเพราะการเจ็บป่วยในเข้ารงพยาบาลนั้นในแต่ละครั้งอาจต้องใช้เงิ นจำนวนมากในการรักษาดังนั้นทาง สปส .ควรจะช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ให้กับผู้ประกันตน 
สรุป. การแก้ไขมาตรา40  
เมื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในม. 40นั้นได้เพิ่มสิทธิประโยชน์มาจากเดิม3กรณีเป็น5กรณีคือกรณีประ สบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพซึ้งสามารถช่วยเหลือผู้ประกันตนได้มากขึ้น และสำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้น้อยก็เป็นการช่วยเหลือให้ลดคว ามกังวลและภาระจากการมีประกันสังคม และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีประกันสังคมหันม าขอรับทำประกันสังคมกันมากขึ้นเพราะมีสิทธิประโยชน์มากขึ้นจากเ ดิม 
Written by peariiz on 2010-07-22 14:16:02
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
 
ชื่อนิสิต นางสาวนิโลบล นามสกุล คำอ่อน 
 
รหัสนิสิต 51130430 ลำดับเลขที่ 26 
 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
 
 
 
///////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
 
1. การสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ผู้สมัครจะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท ซึ่งของเดิมคือ 3360 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าเดิมอยู่มากและผู้สมัครสามารถที ่จะจ่ายเงินได้โดยไม่กระทบกับรายได้หลัก 
 
2. การสมัครเป็นผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็น 5 กรณี คือ 1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 2. กรณีคลอดบุตร 3. กรณีทุพพลภาพ 4. กรณีตาย 5. กรณีชราภาพ ซึ่งของเดิมให้สิทธิประโยชน์เพียง 3 กรณีเท่านัน 
 
 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้เงินทดเเทนการขาดรายได้ครั ้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งเงิน 1000 บาท ถือว่าน้อยเกินไปและน่าจะคุ้มครองในกรณที่ไม่ถึงขั้นเข้าโรงพยา บาลด้วย 
2. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินทดแทน 3000 บาท คิดว่าน่าจะน้อยเกินไปเพราะการคลอดบุตรต้องใช้เงินจำนวนมาก เนื่องจากต้องซื้ออุปกรณในการเลี้ยงดูบุตร  
 
 
สรุป 
มาตรา 40 ได้มีการปรับปรุงข้อกฎหมาย โดยมีการจ่ายเงินสมทบ 280 บาท คุ้มครอง 5 กรณีได้เเก่  
1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
2.กรณีทุพพลภาพ 
3.กรณีคลอดบุตร 
4.กรณีตาย 
5.กรณีชราภาพ 
 
ในส่วนที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ควรแก้ไขให้เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตน แต่ในบางกรณีก็มีการเอารัดเอาเปรียบผู้ประกันตน กฎหมายทุกๆกฎหมายก็ควรที่จะเเก้ไขให้ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ 
 
หัวข้อ วิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 4
Written by ovaltinem on 2010-07-22 14:21:24
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวเรนุกา เรือนมา  
รหัสนิสิต 51130836 ลำดับเลขที่ 41  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
 
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1.มีสิทธิประโยชน์มาก ถึง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ทำให้เมื่อประสบอันตราย หรือเป็นอะไรขึ้นมาเราสามารถจะขอรับสิทธิประโยชน์ได้ครอบคลุม เพราะเราจะเป็นอะไรขึ้นมาเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก ับเราบ้าง ในมาตรา 40 แก้ไขนี้ ถือว่าครอบคลุมเรื่องทั้งหมด 
2.ในการจ่ายเงินสมทบเท่าเดิม เป็นรายเดือนๆละ 280 บาท ตามมาตรา 40 ฉบับเก่า แต่จะได้สิทธิประโยชน์มากกว่าเดิม ถึง 5 กรณี ทำให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้างด้วย โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น 
3.ในกรณีคลอดบุตร จำได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3,000 บาท ซึ่งในกฎหมายมาตรา 40 ฉบับเก่าต้องได้รับเงินสงเคราะห์ของค่าจ้างเฉลี่ย  
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.ในกรณี ที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้ งละ 1,000 บาท ไม่เห็นด้วยเพราะ เมื่อเราประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย อาจจะรุนแรงจนขั้นต้องหยุดงานหลายๆวัน อาจจะขาดรายได้มากกว่า 1,000 บาท ต้องกำหนดว่าเจ็บป่วยอย่างไร สาหัสหรือไม่ แล้วมาประเมินการให้เงินทดแทน 
2.ในกรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทน การขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ไม่เห็นด้วย เพราะในมาตรา 40 ฉบับเดิม ได้รับการค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จะเป็นข้อดีที่ว่าไม่จำกัดระยะเวลาเลย แต่ฉบับใหม่กำหนดระยะเวลา ทำให้เมื่อรักษาพยาบาลเกิน 15 ปี ต้องจ่ายเอง 
3.กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท แต่ในมาตรา 40 ฉบับเดิม กรณีตายไม่เนื่องจากการทำงาน จะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท ทำให้ลูกจ้างได้รับผลประโยชน์น้อยกว่าที่จะได้ตามมาตรา 40 ฉบับเดิม 
 
สรุป 
ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ฉบับใหม่ ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม มา2กรณี คือ กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ทำให้ผู้มีสิทธิประกันตนมีสิทธิที่ครอบคลุม แต่การแก้ไขนี้บางกรณีก็ยังทำให้ได้ประโยชน์น้อยลง และบางกรณีก็ยังได้ประโยชน์มากขึ้น แต่ก็ทำให้ได้สิทธิประโยชน์ที่ดีได้ครอบคลุมในเรื่องทั้งหมดในก ารดำเนินชีวิต 
Written by suntorntanom on 2010-07-22 14:28:14
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวโสรยา นามสกุล สุนทรถนอม รหัสนิสิต 51028348 ลำดับเลขที่ 17 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
 
 
งานชิ้นที่ 6 
 
วิพากษ์มาตรา 40” 
ประเด็นที่เห็นด้วย.. 
1.การได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี แต่กฎหมายในมาตรา 40 ในฉบับเก่ามีการให้สิทธิประโยชน์แค่ 3 กรณี กฎหมายฉบับใหม่จะให้ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ  
2. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั ้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป 
3.กรณีที่ตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท  
4. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย.. 
1.กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนล่ะ 1000บาท เป็นเวลา 15 ปี ในกรณีถ้าเป็นทุพลภาพจากการทำงาน กฎหมายใหม่น่าจะคุ้มครองตลอดชีพในจำนวนเงินเท่าเดิมหรือมากกว่า เดิม แล้วแต่ว่าการทุพลภาพนั้นเป็นมาหรือน้อยเพียงไร 
2.กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ในกรณีนี้ที่ไม่เห็นด้วยก็คือน่าจะมีการได้รับเงินสงเคราะห์นี้ ทุกครั้งที่คลอดบุตรเพราะยังไงคนๆนึงก็ไม่น่าคลอดบุตรได้ตลอด ขีดจำกัดก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 คน 
สรุป... 
กฎหมายมาตรา 40 ฉบับใหม่ถือว่าเป็นดีเพราะมีการคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นจากฉบับเก่ านั้นมีการคุ้มครองแค่ 3 กรณี แต่ฉบับใหม่ให้มีการคุ้มครองได้ถึง 5 กรณี จะเห็นได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่จะประกันตนเองแต่ก็ยังมีข้อเสี ยอยู่บ้างที่ยังไม่นึกถึงตัวของผู้ประกันตนมากเท่าไหร่ยังมีการ เอาเปรียบซะส่วนมาก การที่จะทำให้ผู้จะประกันตนนั้นมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายและได้ รับการคุ้มครองที่ดี น่าจะนึกถึงผู้ประกันตนเป็นหลักไม่นึกถึงที่จะทำงานเข้าตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ก้อน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีการเอารัดเอาเปรี ยบซึ่งกันและกัน 
วิพากษ์ มาตรา 40
Written by siriprapa on 2010-07-22 14:30:37
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวสิริประภา นามสกุล ชัยชนะ 
รหัสนิสิต 51131024 ลำดับเลขที่ 50  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
งานชิ้นที่ 6 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1 การเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนเดือนละ 280 บาท  
2 การได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณีคือ 
• กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
• กรณีคลอดบุตร 
• กรณีทุพพลภาพ 
• กรณีตาย 
• กรณีชราภาพ 
3 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนจากการขาดรายไ ด้ครั้งละ10,000 บาท ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3,000 บาท กรณีทุพพลภาพจะได้เงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน (ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน 
สรุป ประเด็นทุกประเด็นที่ดิฉันกล่าวมาดิฉันเห็นด้วยทุกประการ เพราะว่ามีความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ประกันตนในมาตรา 40 มีความเหมาะสมและยังให้สิทธิสำหรับผู้ประกันตนเต็มที่อีกด้วย 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป 
2 กรณีคลอดบุตรจะได้รับสิทธิคนละไม่เกินครั้ง 2 ครั้ง  
สรุป ประเด็นทุกประเด็นที่ดิฉันกล่าวมาไม่เห็นด้วยทุกประการ เพราะว่าในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยควรจะจ่ายค่าตอบแทนเลยไ ม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป เพราะถ้าหากว่าผู้ประกันตน ไม่มีเงินในการที่จะพักรักษาตนในโรงพยาบาลก็ควรที่จะได้เงินทอแ ทนจากประกันสังคม ส่วนกรณีคลอดบุตรจะได้รับสิทธิคนละไม่เกิน 2 ครั้ง สำหรับดิฉันมีความเห็นว่า ควรที่จะเพิ่มอีก 1 ครั้ง เป็น 3 ครั้ง (รวมกับกรณีเดิม) เพราะว่าสิทธิที่ควรจะได้สำหรับการคลอดบุตร 3 ครั้ง มีความเหมาะสมมากกว่า 2 ครั้ง จึงมีความคิดเห็นว่าเป็น 3 ครั้ง 
 
วิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไข
Written by wwassana on 2010-07-22 14:53:31
ชื่อนิสิต วาสนา นามสกุล เวชประสิทธิ์  
รหัสนิสิต 51130942 ลำดับเลขที่ 46  
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
งานครั้งที่6 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. เห็นด้วยกับประเด็นที่ได้รับได้รับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทั้ ง 5กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ 
2.ในกรรีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เพราะถือว่าเขาได้รับเงินช่วยเหลือตามสมควรและระยะเวลานานถึง 15ปีก็เหมาะสม 
3.ในกรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน เพราะจะเป็นผลดีกับคนชราที่จะมีเงินบำเหน็จไว้ยังชีพยามแก่ชรา ไม่ต้องเป็นภาระให้กับลูกหลาน 
4.เห็นด้วยกับประเด็นการสอบถามข้อมูล ที่มีเจ้าหน้าที่บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. และระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ 24 ชม. เพราะบางคนอาจมีปัญหาไม่เข้าใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิประกันสังคม เมื่อถึงเวลาเร่งด่วนก็จะสามารถติดต่อสอบถามได้ทันทีถือเป็นบริ การที่สะดวกและเหมาะสมมาก 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ค รั้งละ 1000 บาทและเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล 3วันขึ้นไป ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าเงินที่ได้รับนั้นน้อยเกินไป และถ้านอนโรงพยาบาลตามจริงน่าจะจ่ายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้าร ับการรักษาเลย 
2. ในกรณีคลอดบุตร เพราะการคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งละ 3000 บาท นั้นถือว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับเดิมที่ให้เหมาจ่า ยครั้งละ 12000 บาท 
3.กรณีตาย(ไม่เนื่องจากการทำงาน) จะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท เพราะกฎหมายฉบับเดิมในกรณีตายไม่เนื่องจากการทำงานจะได้รับเงิน ทำศพถึง 40000 บาท เท่ากับผู้ประกันตนเสียเปรียบจากกฎหมายฉบับเดิม 
 
สรุป 
จากสำนักงานประกันสังคม(สปส.) โดยการเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 ให้จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทั้ง 5กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ ซึ่งเนื้อหารายละเอียดในแต่ละกรณีส่วนในมีการเอื้อประโยชน์แก่ผ ู้ประกันตน แต่อาจจะมีเพียงส่วนย่อยที่ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยตามความคิดวิพาก ษ์ของตนในข้างต้น 
Written by AmmZeed on 2010-07-22 15:03:03
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นายชนะศักดิ์ นามสกุล ธีรธนิตนันท์  
รหัสนิสิต 51026429 ลำดับเลขที่ 9  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
 
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1.) เห็นด้วยกับการที่ผู้ประกันตนในมาตรา 40 ต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือนๆ ละ 280 บาทแต่จะได้สิทธิประโยชน์ถึง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคบอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และ กรณีชราภาพ เงิน 280 บาทถือว่าเป็นรายจ่ายที่ไม่สูงมากนักต่อเดือน แต่ให้ประโยชน์ที่คุ้มค่ากับตัวผู้ประกันตน 
2.) เห็นด้วยกับกรณีต่างๆทั้ง 5 กรณีที่ผู้ประกันตน สามารถเรียกใช้สิทธินั้น เพราะถือว่าค่อนข้างที่จะครอบคลุมการใช้ชีวิตหรือการดำเนินชีวิ ตของมนุษย์เราได้ทั้งชีวิต คือตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ จนกระทั่งตาย โดยการเกิดคือกรณีคลอดบุตร แก่คือกรณีชราภาพ เจ็บคือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและทุพพลภาพ ตายคือกรณีตาย 
3.) เห็นด้วยกับการให้เงินสงเคราะห์การคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะถือเป็นการช่วยควบคุมประชากรได้อีกทางหนึ่ง คือถ้าผู้ประกันตนจะมีบุตรอีกในครั้งที่ 3 อาจจะไม่อยากมีบุตรอีกก็ได้เพราะไม่มีเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร ในครั้งที่ 3 เข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้นั่นเอง 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย  
1.) ไม่เห็นด้วยกับการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท ของผู้ประกันตนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและเป็นผู้ป่วยอย ู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป และได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี เพราะข้าพเจ้าคิดว่าจำนวนเงิน 1,000บาทที่ผู้ประกันตนได้รับนั้นค่อนข้างน้อย เพราะการเข้าโรงพยาบาลในแต่ละครั้งจำเป็นที่จะต้องใช้เงินค่อนข ้างสูง แล้วยังต้องอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปอีก ไม่ว่าค่าห้องพักผู้ป่วยหรือแม้กระทั้งค่ายารักษาโรค อาจจะเป็นจำนวนเงินที่สูงหรือว่าได้รับค่าชดเชยจากทางอื่นก็ตาม แต่เงินทดแทน 1,000 บาทที่ได้นี้ ข้าพเจ้าคิดว่าอาจจะไม่เพียงพอได้ 
2.) ไม่เห็นด้วยกับการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 1,000 บาทของผู้ประกันตนในกรณีทุพพลภาพ เป็นเวลา15 ปีนั้น ข้าพเจ้าคิดว่าควรจะให้วงเงินที่สูงกว่านี้ เพราะผู้ที่ทุพพลภาพนั้นบางรายอาจจะถึงกับไม่สามารถประกอบอาชีพ ได้ แต่ก็ยังช่วยตัวเองได้บ้าง แล้วอาจจะยังอยู่เพียงคนเดียว ข้าพเจ้าคิดว่า จำนวนเงินเพียง 1,000 บาท ต่อเดือนที่ผู้ประกันตนได้รับนั้น อาจจะไม่เพียงกับรายจ่ายที่จะต้องมีในหนึ่งเดือนได้ 
 
สรุปมาตรา 40 
- ผู้ประกันตนในมาตราที่ 40 ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ (1) กรณีประกันอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้คร ั้งละ 1,000 บาท โดยต้องอยู่เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง (2) กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร ครั้งละ 3,000 บาทคนละม่เกิน 2 ครั้ง (3) กรณีทุพพลภาพจะได้รับทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาทเป็นเวลา 15 ปี (4) กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท (5) กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน โดยไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท แล้วจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนด้วย
งานชิ้นที่ 6
Written by kwanruan on 2010-07-22 15:20:09
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ นางสาวขวัญเรือน นามสกุล นาคเจริญ 
รหัสนิสิต 51026344 ลำดับเลขที่ 6 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
///////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1. เห็นด้วยที่มีการเพิ่มการได้รับสิทธิประโยชน์เป็น 5 กรณีโดยได้มีการเพิ่ม กรณีเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ เพราะถือว่าเป็นกรณีที่เหมาะสม และสำคัญมากในการใช้ชีวิต 
2. กรณีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ถือว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม และเพียงพอทั้งจำนวนเงิน และเวลาดังกล่าว 
3. กรีตายได้รับเงินทำศพ 30,000 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม และเพียงพอที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของญาติผู้เสียชีวิต 
4. กรณีคลอดบุตรได้รับเงินครั้งละ 3,000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ถือเป็นกรณีที่ดี เพราะส่วนใหญ่ผู้ประกันตนจะมีบุตรไม่เกิน 2 คน ถือว่าครอบคลุม และเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตน  
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย  
 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้คร ั้งละ 1,000 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อย ไม่เพียงพอ อาจทำให้ผู้ประกันตนต้องเดือดร้อนเรื่องเงินเพิ่มขึ้นอีก 
2. กรณีเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละ ไม่เกิน 2 ครั้ง ถือเป็นจำนวนครั้งที่น้อยมาก เพระเรื่องการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ควรที่จะเพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้น  
3. กรณีเงินบำเหน็จชราภาพซึ่งจะได้รับไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อย ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ซึ่งเงินขั้นต่ำที่ได้รับควรอยู่ที่ 150 บาท ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสม 
 
สรุป : 
มาตรา 40 ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือนๆละ 280 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ  
(1) กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง  
(2) กรณีคลอดบุตร ได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งละ 3,000 บาทคนละไม่เกิน 2 ครั้ง  
(3) กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี  
(4) กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท  
(5) กรณีชราภาพ ได้รับเงินบำเหน็จชาภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน (ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน  
วิพากษ์กฎหมายประกันสังคมมาตรา40
Written by siriporn1611 on 2010-07-22 15:25:34
เรียนอาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 
ชื่อนิสิต นางสาวศิริพร นามสกุลแจ่มใส 
รหัส51130997ลำดับเลขที่48 
 
คณะการจัดการและการท่องเทียว 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
งานครั้งที่6 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเมื่อเจ็บป่วยแล้สอยู่โรงพยาบาลตั ้งแต่3วันขึ้นไปจะได้เงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ1000บาทเพราจ ะทำให้บุคคลป่วยแล้วไม่มาใช้สิทธิของตนเองเพราะกลัวจะเสียรายได ้กับการประกอบอาชีพของตน 
2. ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอี2กรณีคือกรณีประสบอันตรายหรือเจ ็บป่วยและกรณีชราภาพ 
3. กรณีทุพพลภาพเราจะได้เงินทดแทนขาดรายได้เดือนละ1000บาทซึ่งฉบับ เดิมได้ร้อยละห้าสิบเพราะจะได้เท่ากันไม่มีใครว่าผู้ที่มีรายได ้น้อยจะได้น้อยกว่าผู้ที่รายได้มาก 
4. เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนมากขึ้นกับการเพิ่มสิทธิให้กับ ผู้ที่ไม่ได้ทำงานในบริษัท 
 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. การได้เงินค่าทำศพลดน้อยลงจากฉบับเดิมได้40000บาทแต่ฉบับใหม่ได ้30000บาท 
2. กรณีเจ็บป่วยที่อยู่โรงพยาบาล3วันขึ้นไปแล้วได้เงินทดแทนครั้งล ะ1000บาทแต่ได้แค่สองครั้งข้าพเจ้าคิดว่ามันน้อยเกินไปเพราะเรา มารู้ว่าในหนึ่งปีเราจะป่วยหนักๆกี่ครั้ง 
3. เงินบำนาญชราภาพน่าจะดึงส่วนนี้ไปกระจายในส่วยอื่นเพราะเขาจะได ้สิทธิในส่วนอื่นเยอะแล้ว 
สรุป 
การปรับปรุงกฎหมายมาตรา40ใหม่ทำให้ประชาชนมีสิทธิประโยชน์มากขึ ้นไม่ว่าจะเป็นทางด้านการรักษาเวลาเจ็บป่วยและเมื่อยามชราภาพ 
แบบฝึกหัดครั้งที่ 6 วิพากษ์มาตรา 40
Written by woraprat on 2010-07-22 15:40:58
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นาย วรปรัชญ์ ทัศนภักดิ์ 
รหัสนิสิต 51130850 ลำดับเลขที่ 42  
คณะ การจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
วิพากษ์มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมในตัวบุคคล 
2. กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่จ่ายให้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ เพราะ ในการทำศพนั้นจะใช้ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก 
3. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเ ข้ากองทุนพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งถือว่าเป็นผลประโยชน์ที่ดีเนื่องจากในระหว่างที่ก่อนชราภาพ ก็ได้รับเงินคุ้มครองใน 4 กรณีอยู่แล้ว พอมาถึงชราภาพก็จะได้เงินคืนตามที่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนปร ะกันสังคม และยังได้ผลประโยชน์ตอบแทนอีกด้วย 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่า ถ้าเกิดว่าเจ็บป่วยแล้วอยู่ในโรงพยาบาลน้อยกว่า 3 วัน ก็จะไม่ได้รับเงินทดแทน และถ้าเกิดว่ามากกว่า 3 วัน เช่น 10 วัน ก็จะได้รับเงินทดแทนแค่ 1,000 บาท ต่อครั้ง ซึ่งจะเกิดความไม่เท่าเทียมกันขึ้น เนื่องจากเงินทดแทนจ่ายเป็นครั้งและได้ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยมาก 
2. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ในการทุพพลภาพนั้นหมายความว่าลูกจ้างนั้นไม่สามารถที่จะไปทำงาน ได้อีกซึ่งถือว่าขาดรายได้ไป การทดแทนเงิน 1,000 บาท ต่อเดือนนั้นอาจจะไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตของเขาได้ และระยะเวลา 15 ปี นั้นก็อาจจะน้อยไปเช่นกัน ถ้าเกิดว่า 15 ปี ครบก่อนขราภาพก็จะขาดเงินในระหว่างช่วงนั้นไป 
3. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3,000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งในการคลอดบุตรแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรที่ส ูง และยังจะมีค่าใช้จ่ายหลังคลอดบุตรอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะให้เงินสงเคราะห์บุตรมากว่านี้ 
 
สรุป 
ในการเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 นั้น ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตราบหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ซึ่งดูแล้วก็จะเป็นการคุ้มครองที่มากเพียงพอแล้ว แต่ว่าในแต่ละกรณีก็จะมีความเท่าเทียมและไม่เท่าเทียมกัน หรือกรณีสมเหตุสมผลและไม่สมเหตุสมผล ซึ่งก็แล้วแต่ว่าแนวคิดหรือความคิดของแต่ละบุคคลดูว่าเหมาะสมแล ้วหรือยัง แต่สำหรับผมแล้วคิดว่าก็ยังไม่สมเหตุสมผลและมีความเท่าเทียมพอ 
แบบฝึกหัดครั้งที่ 6 วิพากษ์มาตรา 40
Written by 51130911 on 2010-07-22 15:47:46
รียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
ชื่อนิสิต นางสาววราภรณ์ นามสกุล พิมศร 
 
รหัสนิสิต 51130911 ลำดับเลขที่ 45 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจากเดิม 3กรณี เพิ่มเป็น 5กรณี ซึ่งได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีชราภาพ และกรณีตาย อีกทั้งในเรื่องของเงินสมบทที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายให้กับทางหน่ วยงานมีมูลค่าเท่าเดิม คือ280บาท/เดือน หรือ 3,360บาท/ปี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับแล้ว นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์และสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยก็จะได้รับเงินทดแทนก ารขาดรายได้ครั้งละ 1,000บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3วันขึ้นไป เพราะถือว่าเงินทดแทนที่ผู้ประกันจะได้รับนั้นเปรียบเสมือนเป็น ขวัญกำลังใจ และนำไปใช้จ่ายในคราวที่จำเป็นได้ รวมไปถึงการที่ระบุว่าจะต้องเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3วันขึ้นไปนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าตนได้เจ็บ ป่วยจริง 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
ในกรณีทุพพลภาพผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือน ละ 1,000บาท เป็นระยะเวลา 15ปี ซึ่งจากเดิมกฎหมายได้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีทุพพลภาพผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนร้อยละ60 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นเวลาไม่เกิน 15ปี ซึ่งถ้าพิจารณาดูแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าเงินทดแทนที่ผู้ประกันตนได้รับในกรณีทุพพลภาพนั ้นได้ลดลง เพราะ 1,000บาท อาจจะน้อยกว่าร้อยละ 60ของค่าจ้างรายเดือน อีกทั้งในกรณีทุพพลภาพนั้น ผู้ประสบอาจจะมีความสามารถในการอาชีพหรือกิจกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ ตนลดลง ซึ่งอาจทำให้เป็นข้อบกพร่องหรืออุปสรรคในการดำเนินชีวิต 
 
สรุป 
1. ผู้ประกันตนในมาตรา 40จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280บาท 
2. ได้รับสิทธิประโยชน์ 5กรณี คือ (1) กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย (2) กรณีคลอดบุตร (3) กรณีทุพพลภาพ (4) กรณีตาย (5) กรณีชราภาพ 
3. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ค รั้งละ 1,000บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2ครั้ง 
4. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3,000บาท คนละไม่เกิน 2ครั้ง 
5. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000บาท เป็นระยะเวลา 15ปี 
6. กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000บาท  
7. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน 
(ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100บาท) พร้อมผลประโยชน์ทดแทน 
 
โดยรวมแล้วข้าพเจ้าคิดว่าการที่มีการปรับปรุงข้อกฎหมายตามมาตร า 40นั้น ถือว่าเป็นการมอบสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับมากขึ้น เพราะในกรณีประสบอันตราย หรือกรณีเจ็บป่วยนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย รวมถึงเป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนควรที่จะได้รับ 
 
 
 
งานชิ้นที่ 6
Written by 51026603 on 2010-07-22 16:12:03
 
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวนารีรัตน์ นามสกุล มั่งคั่ง 
รหัสนิสิต 51026603 ลำดับเลขที่ 11 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
วิพากษ์ มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. เห็นด้วยกับกรณีการคลอดบุตรที่ได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรค รั้งละ 3000 บาทเพราะจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบางส่วนไปได้บ้าง อาจนำเงินไปเป็นค่านมลูก 
2. เห็นด้วยกับการได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ เพราะสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นมา ผู้ประกันตนจะสามารถได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง 
3. เห็นด้วยกับการจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท เพราะถือว่าเป็นเงินสมทบในจำนวนที่พอเหมาะพอควร ผู้ประกันตนน่าจะจ่ายเงินสมทบได้และเมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์ ที่ผู้ประกันตนจะได้รับถือว่ามีความเหมาะสม 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ไม่เห็นด้วยกับกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนก ารขาดรายได้ ครั้งละ 1000 บาท ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะ ได้เงินทดแทนครั้งละ 1000 บาท อาจจะน้อยไป ควรจะให้ครั้งละ 1500 บาท เพื่อที่จะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้จ่ายเพิ่มเติมในช่วงของการพักฟื ้น เพราะในบางกรณีที่เจ็บป่วยหรือได้รับอันตรายจะมีระยะเวลาในการพ ักฟื้นไม่เท่ากัน 
2. ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพไม่น้อยกว่าเดือน ละ 100 บาท ควรจะให้เงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อเดือน ถ้าได้รับแค่ 100 บาทก็คงไม่พอในการใช้จ่าย 
3. ไม่เห็นด้วยกับกรณีทุพพลภาพที่จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เด ือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ไม่เห็นด้วยตรงระยะเวลา น่าจะขยายระยะเวลาเป็น 20 ปี เพราะถ้าเป็นคนทุพพลภาพไปแล้ว อาจจะหางานทำลำบากมากกว่าคนปกติ ก็ควรจะขยายระยะเวลาในการจ่ายเงินทดแทนเพื่อเป็นการช่วยเหลือบุ คลเหล่านั้น เมื่อพวกเขาไม่มีงานทำ 
 
 
 
 
 
4. ไม่เห็นด้วยกับกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 1000 บาท ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ไม่เห็นด้วยตรงที่ ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ควรจะเพิ่มเป็นปีละไม่เกิน 4 ครั้ง เพราะเหตุที่เกิดอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่ าจะเกิดเหตุขึ้นในช่วงไหน หรือจะเจ็บป่วยกี่ครั้งใน 1 ปี ฉะนั้นควรจะให้โอกาสกับคนที่อาจเกิดการเจ็บป่วยหรือประสบอันตรา ยหลายครั้ง 
 
สรุป มาตรา 40  
ผู้สมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี ดังนี้ 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย  
- โดยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 1000 บาท เมื่อผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง 
2. กรณีคลอดบุตร 
- โดยจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอกบุตร ครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง 
3. กรณีทุพพลภาพ 
- โดยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี  
4. กรณีตาย 
- โดยจะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท  
5. กรณีชราภาพ 
- โดยจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุ น(ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท) พร้อมผลประโยชน์ทดแทน 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม ม
Written by giibzee on 2010-07-22 16:54:33
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
ชื่อ น.ส.กิ่งเพชร นามสกุล จันทร์กระจ่าง 
 
รหัสนิสิต 51130065 ลำดับเลขที่ 20  
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1)ในกรณีที่ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มจาก 3 กรณี เป็น 5กรณี ซึ่งมีกรณีคือ 
1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
2.กรณีคลอดบุตร  
3.กรณีทุพพลภาพ 
4.กรณีตาย 
5.กรณีชราภาพ 
ซึ่งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นมานั้นทำให้ผู้ประกันตนได้รับควา มเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อผู้ประกันตนเองเป็นอย่างมาก 
 
2)ในกรณีที่ผู้ประกันตนนั้นได้จ่ายเงินสมทบในจำนวนเท่าเดิมคือ 280 บาทต่อเดือน หรือ 3360 บาทต่อปี นั้น แต่ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกันตนในมาตรา40 ซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเงินสมทบทั้งหมดของตนเองได้มีภาระน ้อยลง เพราะมีสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยเหลือผู้ประกันตนอยู่มากกว่าเดิม  
 
3)ในกรณีที่เพิ่มสิทธิประโยชน์ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจ ากที่เดิมทีไม่มีนั้น ทำให้ผู้ประกันตนจะได้ใช้สิทธิในส่วนนี้มาก เพราะเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายนั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และเป็นกรณีที่ผู้ประกันตนจะใช้สิทธิมากที่สุด และเงินทดแทนในการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท ในกรณีนี้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกันตนได้ไม่มากก็น้อย 
 
4)ในกรณีที่เพิ่มสิทธิประโยชน์ในกรณีชราภาพนั้น ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายส มทบเข้ากองทุน (ไม่น้อยกว่าเดือนละ100บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนนั้น ในกรณีนี้ถือว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ชราภาพ อยู่มาก ซึ่งเดิมจะไม่ได้เงินในส่วนนี้เลย ทำให้ผู้ประกันตนในกรรีนี้อาจแบ่งเบาภาระของตนเองหรือของผู้ดูแ ลตนได้อยู่มาก 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
 
1)ในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่จะได้รับเงินทดแทนในการ ขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท แต่ต้องเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปนั้นอาจอยู่ในเวลาที่นานเกินไป และจำนวนเงิน 1000 บาทนั้น อาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษาตัว และในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะใช้ได้ปีละไม่เกิน2ครั้ ง ซึ่งเห็นว่าในส่วนนี้เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป เพราะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ง่ายแล ะบ่อยครั้ง 
 
2)ในกรณีคลอดบุตรที่จะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ30 00บาท นั้นอาจเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไปซึ่งผู้คลอดบุตรก็ต้องได้รับ การพักฟื้นซึ่งจำนวนเงินที่ได้อาจไม่เพียงพอ 
 
สรุป 
 
ในการปรับปรุงกฎหมายผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่ได้กล่าวมานั้น เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน ในการที่ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบในจำนวนเท่าเดิม ซึ่งเห็นเป็นการสมควรเป็นอย่างมากในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก ่ผู้ประกันตนอีก จะทำให้ผู้ประกันตนในมาตรา 40 นี้ ลดภาระหน้าที่ทางการเงินของตนเองลงมาก เมื่อประสบกับเหตุกรณีที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 40 นี้ คือ 
1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
2.กรณีคลอดบุตร 
3.กรณีทุพพลภาพ 
4.กรณีตาย 
5.กรณีชราภาพ 
ทำให้ผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิประโยชน์ของตนมากขึ้น และในการปรับปรุงครั้งนี้เห็นสมควรด้วยว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ปร ะกันตนมากกว่าเสียประโยชน์ 
 
 
วิพากษ์มาตรา 40 แก้ไขใหม่
Written by nillaya on 2010-07-22 17:35:30
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวนิลญา นามสกุล กลมเกลี้ยง 
รหัสนิสิต 51026610 ลำดับเลขที่ 12  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
เรื่อง ให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย : 
1. เห็นด้วยกับกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น แต่จ่ายเงินสมทบเท่าเดิมคือเดือนละ 280 บาท ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ จะเห็นว่า ผู้ประกันตนได้รับสิทธิเพิ่มขึ้น 2 กรณีจากกฎหมายเดิมคือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิครอบค ลุมในทุกเรื่อง 
2. กรณีที่ผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท เพราะกรณีนี้ถือว่าผู้ประกันตนจะได้รับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิทางประกันสังคม ทั้งยังได้รับเงินทดแทนด้วย 
3. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3,000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะกรณีนี้ผู้ประกันตนได้รับเงินสงเคราะห์มากกว่ากฎหมายฉบับเ ดิม 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย : 
1. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดิอนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี กรณีนี้ข้าพเจ้าเห็นว่า จำนวนเงินทดแทนนี้เมื่อประมาณการณ์แล้วจะได้น้อยกว่าเงินทดแทนใ นกฎหมายเดิม กล่าวคือ เงินทดแทนในกฎหมายฉบับใหม่นี้ เมื่อคำนวณแล้วจะได้เป็นเงินทั้งหมดประมาณ 180,000 บาท (ทั้งหมด 15 ปี) ซึ่งน้อยกว่าจำนวนเงินทดแทนในกฎหมายฉบับเก่าที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดชีวิต 
2. กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท กรณีนี้ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะเงินที่ผู้ประกันตนได้รับนี้เป็นจำนวนที่น้อยกว่าเงินที่ไ ด้รับของกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ผู้จัดการศพจะได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท จะเห็นว่ากฎหมายฉบับใหม่ได้รับเงินค่าทำศพน้องลงเป็นจำนวน 10,000 บาท 
 
สรุป : ข้าพเจ้าเห็นว่า กฎหมายในมาตรา 40 ฉบับแก้ไขใหม่นี้ มีประโยชน์แก่ผู้ประกันตนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่นี้ผู้ประกันตนได้รับกรณีคุ้มครองเพิ่มขึ้น 2 กรณีได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ทั้งนี้ในบางกรณียังได้รับเงินทดแทนและเงินสงเคราะห์ที่มากขึ้น ทำให้เห็นว่าผู้ประกันตนนั้นได้รับสิทธิในการประกันตนที่ครอบคล ุมในทุกเรื่อง และยังสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ประกันตนในมาตรา 40 ได้อย่างเหมาะสมด้วย 
Written by 51026375 on 2010-07-22 17:44:45
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
นางสาว จิราภรณ์ จันนก 
รหัสนิสิต 51026375 ลำดับเลขที่ 8 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
 
1.ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณีคือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ เช่น ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีตายจะได้ค่าทำศพ กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ดิฉันเห็นด้วยกับการได้รับสิทธิและประโยชน์กับทั้ง 5 กรณีนี้ เนื่องจากทุกคนสามารถประสบกับทุกๆกรณีได้ จะเห็นได้ว่ากรณีอันตรายหรือเจ็บป่วยจะเป็นกรณีที่เราพบเจอมากท ี่สุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ผู้ประกันตนในมาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
2.การสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 ต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน ๆ ละ 280 บาท ปีละ 3,360 บาท ซึ่งเราต้องจ่ายเงินสมทบนี้ และเราจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการจ่ายซึ่งคุ้มกว่าที่ได้จ่ายเ งินสมทบไป 
3.เห็นด้วยกับการที่จะมีการปรับปรุงใช้กฎหมายใหม่ในเดือนหน้า เนื่องจากเราจะได้รู้รายละเอียดเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น จากการที่มาตรา 40 เก่าจะได้รับการคุ้มครองแค่ 3 กรณี เป็น 5 กรณี และกรณีที่เพิ่มเข้ามาคือกรณีอันตรายหรือเจ็บป่วย ถือว่าเป็นกรณีที่ผู้ประกันตนจะได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากในปีๆหนึ่งอย่างน้อยเราก็ต้องป่วยบ้าง และเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเราจะเจ็บป่วยเมื่อใด เวลาใด จึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนเป็นอย่างยิ่ง 
 
 
 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.กรณีอันตรายหรือเจ็บป่วยควรจะได้รับเงินทดแทนมากกว่านี้ และไม่ควรที่จะให้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เนื่องจากแต่ละคนมีสภาพการเจ็บป่วยที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะเจ็บป่วยมาก บางคนอาจจะเจ็บป่วยน้อย หรือไม่ก็ควรจ่ายเงินทดแทนตามอาการที่เป็นมาก-น้อยขึ้นอยู่กับความเจ็บป่วยนั้นๆ และกรณีนี้เป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อยจึงต้องเข้าไปดูแลอย่างชัดเจ นตามความเหมาะสม โดยดูจากใบรับรองแพทย์ของผู้ประกันตนนั้นๆ 
2.กรณีทุพพลภาพควรจะได้รับเงินทดแทนมากกว่านี้ แต่เป็นระยะเวลา 15 ปีเหมาะสมแล้ว เนื่องจากพนักงานได้เกิดการสูญเสีย หรือพิการไปแล้วไม่สามารถกลับคืนมาได้ ซึ่งถ้าพนักงานเขาไม่ได้สูญเสียหรือพิการเขาอาจจะได้รับเงินที่ มากกว่าเงินทดแทนส่วนนี้ และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานที่ได้ประสบกับกรณีนี้  
 
สรุป 
มาตรา 40 แก้ไขใหม่ฉบับนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดเ หลือของผู้ประกันตน เนื่องจากเดิมกฎหมายจะคุ้มครองแค่ 3 กรณี แต่ในฉบับใหม่จะคุ้มครองถึง 5 กรณี คือเพิ่มกรณีอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ จะเห็นได้ว่ากรณีที่มีความสำคัญมากและเกิดขึ้นบ่อยๆ ได้แก่ กรณีอันตรายหรือเจ็บป่วย ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ประกันตน เพียงเราสมัครเป็นผู้ประกันตน แล้วจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือน ๆ ละ 280 บาท ปีละ 3,360 บาท ซึ่งการจ่ายเงินสมทบนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์จากการจ่ายซึ่งคุ้ มกว่าที่ได้จ่ายเงินสมทบไป โดยรวมกฎหมายฉบับนี้แก้ไข/ปรับปรุงได้เหมาะสมแล้วค่ะ 
Written by waranya on 2010-07-22 18:27:43
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
นางสาว วรัญญา ขำเปรื่องเดช 
เลขที่ 45 รหัส 51130898 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
 
 
แบบฝึกหัดครั้งที 6 
วิพากษ์ มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.การได้รัยสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นจาก 3 กรณีเป็น 5 กรณี โดยเพิ่มกรณีการประสบอันตรายหรือการเจ็บป่วยและกรณีชราภาพซึ่งแ ต่เดิมจะมีแค่กรณีทุพพลภาพ กรณีคลอดบุตร และกรณีตาย ซึ่งการเพิ่มการคุ้มครองนี้ทำให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์เพิ่ มขึ้น 
ในกรณีประสบภัยอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายไ ด้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาทเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่3วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิ น2ครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยผู้ประกันตนมีรายได้ทดแทนจากส่วนที่ขาดหายไ ปจากการขาดงาน 
2.กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000บาท ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยเหลือครอบครัวของผู้ประกันตนได้อย่างดีถ้าห ากครอบครัวของผู้ประกันตนนั้นเป็นผู้ยากไร้ ถ้าได้รับเงินช่วยเหลือส่วนนี้ไปคงทำให้เขามีกำลังใจในการดำรงช ีวิตต่อไปได้ 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบภัยอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายไ ด้ครั้งละไม่เกิน1,000 บาทเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้น ไปปีละไม่เกิน2 ครั้ง ควรทีจะเพิ่มเป็นปีละอย่างน้อย 4 ครั้ง ซึ่งการเจ็บป่วยของคนเรานั้นไม่สามารถระบุเป็นจำนวนครั้งได้ว่า ในหนึ่งปีจะป่วยกี่ครั้ง เราควรระบุจำนวนครั้งให้มากไว้เพื่อขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ ประกันตน 
2.กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนที่จ่ายสะสมเข้ากองทุนสมทบ (ไม่น้อยกว่า เดือนละ100 บาท) ควรจะกำหนดไปเลยว่าจะได้เงินบำเหน็จชราภาพในแต่ละเดือนเท่าไหร่ ซึ่งเงินที่ควรจะได้รับน่าจะได้อย่างน้อย 500บาทต่อเดือน ถ้าในกฎหมายระบุว่าไม่น้อยกว่า100 บาท ซึ่งถ้าเงินบำเหน็จชราภาพได้แค่100บาทก็คงไม่พอต่อการยังชีพอย่ างแน่นอน 
สรุปความคิดเห็นของตนเอง 
เมื่อมีการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม มาตรา40 การประกันตนสำหรับผู้ประกันตนเองซึ่งมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให ้แก่ผู้ประกันตนจากเดิมมีแค่ 3 กรณี เพิ่มเป็น 5 กรณี กรณีที่เพิ่มขึ้นคือ กรณีประสบภัยอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ เป็นการขยายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนและมันเป็นการส่งผลด ีให้กับผู้ประกันตนที่มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก ทำให้ช่วยประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยได้เข้ามามีส่วนในการขึ้นทะ เบียนเป็นผู้ประกันตนมากขึ้นด้วย เพราะสิทธิประโยชน์ที่ได้รับมากขึ้นทำให้ไม่รู้สึกเสียดายกับเง ินที่ต้องสูญเสียไปให้กับสำนักงานประกันสังคมเป็นเงินที่เปล่าป ระโยชน์  
 
 
Written by ploytk19 on 2010-07-22 21:28:01
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวพลอยไพลิน นามสกุล แก้วละมูล  
รหัสนิสิต 51130652 ลำดับเลขที่ 35  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นจาก 3 กรณี คือ 1.คลอดบุตร 2.ทุรพลภาพ 3.ตาย เพิ่มเป็น5กรณี คือ เพิ่มกรณีที่4.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และ5.กรณีชราภาพ เพราะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นในกรณีที ่สำคัญอีก2กรณี 
2.เมื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์แล้ว อัตราการจ่ายเงินสมทบยังคงเป็นอัตราเดิม คือเดือนละ280บาท ตามกฎหมายมาตรา40เดิม เพราะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นในอัตราก ารจ่ายเงินสมทบเท่าเดิม  
3.ในกรณีคลอดบุตรได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ3000บาท คนละไม่เกิน2ครั้ง ข้าพเจ้าคิดว่าอาจจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการควบคุมการตั้งครรภ์ ที่มากเกินไปของผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยทำงานมาเลย และซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าคนละไม่เกิน2ครั้งเป็นจำนวนที่เหมาะสม และยังได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรด้วย ซึ่งในกฎหมายเก่าไม่มีกรณีเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรนี้ 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีทุรพลภาพผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนล ะ 1000บาท เป็นระยะเวลา15ปี ซึ่งได้รับน้อยกว่ากฎหมายเดิม คือเดิมผู้ประกันตนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ2000บาท ซึ่งในกฎหมายเดิมนั้นผู้ประกันตนสามารถได้รับเงินทดแทนตลอดการร ักษาพยาบาล ได้รับเงินเท่าที่จ่ายจริงและเงินที่ได้รับเป็นจำนวนที่มากกว่า กฎหมายใหม่ 
2.ในกรณีตาย จะได้รับเงินทำศพ 30000บาท ซึ่งได้รับเงินน้อยกว่ากฎหมายเก่า คือจะได้รับค่าทำศพ 40000บาท เพราะในเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูงการได้รับเงินค่าทำศพน่าจะได้ร ับมากกว่าเดิม 
 
สรุป ในกฎหมายใหม่มาตรา40 จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก3กรณี เป็น5กรณี โดยมีการจ่ายเงินสมทบเท่ากับกฎหมายเดิม คือเดือนละ 280บาทแต่ก็จะมีการได้รับเงินชดเชยน้อยลงไปในแต่ละกรณี ซึ่งข้าพเจ้ามีความคิดเห็นตามการวิพากษ์ข้างต้น 
วิพากษ์มาตรา 40
Written by janjira on 2010-07-22 21:38:05
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวจันทร์จิรา นามสกุล ขัดสี  
รหัสนิสิต 51130126 ลำดับเลขที่ 22  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
วิพากษ์มาตรา 40 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
 
- เห็นด้วยกับประเด็นของสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้สิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ในฉบับใหม่เนื่องจากมาตรา 40 ฉบับเก่า ผู้ประกันตนจะได้สิทธิประโยชน์เพียง 3 กรณี จึงทำให้การใช้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนฉบับเก่าได้น้อยกว่า ฉบับใหม่ 
- เห็นด้วยกับกรณีทุพพลภาพซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการข าดรายได้ เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งเป็นมาตราที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่เป็นทุพพลภาพมาก เนื่องจากผู้ที่ทุพพลภาพจะไม่สามารถทำงานได้เหมือนกับคนปกติและ ระยะในการรับเงินทดแทนก็เหมาะสม ซึ่งระยะเวลา 15 ปีเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรจึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ทุพพลภาพ 
- เห็นด้วยกับกรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 30,000 บาท เนื่องจากผู้ประกันตนยังไม่ได้ทำงาน (เฉพาะกรณีที่ไม่ได้ทำงานในบริษัท ห้างหุ้นส่วนต่างๆ ) จึงมีความเหมาะสมกับเงินทดแทนกรณีตาย เพราะผู้ประกันตนบางรายอาจจะมีเงินเก็บไม่เพียงพอในการทำศพ แต่เมื่อมีมาตรา 40 ฉบับใหม่ขึ้นมาทำให้ผู้ประกันตนที่เสียชีวิตมีเงินไว้ทำศพและไม ่ต้องเดือดร้อนกับญาติพี่น้อง 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
- ไม่เห็นด้วยกับประเด็นกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทน การขาดรายได้ครั้งละ 1,000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้ากรณีที่เจ็บป่วยหลายครั้ง ก็ต้องออกหรือจ่ายเงินเอง ถ้าผู้ประกันตนเจ็บไข้หรือป่วยหนักหลายครั้งก็จะทำให้ผู้ประกัน ตนท่านนี้ต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น 
- ไม่เห็นด้วยกับประเด็นคลอดบุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรครั้งละ 3,000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง สำหรับกรณีนี้ การคลอดบุตรแต่ละครั้งอาจจะใช้เงินจำนวนมากและผู้ประกันตนอาจจะ ต้องออกเองจึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น 
 
สรุปความคิดเห็นของตนเอง 
- จากการได้อ่านประกันสังคมมาตรา 40 ผู้ประกันตนแล้ว ดิฉันมีความคิดเห็นว่า มาตรา 40 ฉบับใหม่มีประโยชน์แก่ผู้ประกันตนมาก เนื่องจากผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์มากยิ่งขึ้น จากมาตรา 40 ฉบับเก่าได้สิทธิรับประโยชน์เพียง 3 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ แต่มาตรา 40 ฉบับใหม่ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตายและกรณีชราภาพ ทำให้ผู้ประกันตนสามารถสมัครขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนในมาตรา 40 ฉบับใหม่ ได้ทุกคน ( เฉพาะบุคคลที่ไม่ได้ทำงาน )และสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับมีความเหมาะสมและเป็นประ โยชน์แก่ผู้ประกันตน 
งานครั้งที่6
Written by Friday on 2010-07-22 21:51:49
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ นายจตุพร นามสกุล กมลศักดิ์สิริ 
รหัสนิสิต 51130096 ลำดับเลขที่ 21  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. เดิมทีนั้นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 นั้นได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 3 กรณี นั้นไม่ยุติธรรมต่อผู้ประกันตนเท่าไหร่ แต่กฎหมายใหม่นี้ให้การคุ้มครองถึง 5 กรณี เรียกได้ว่าเป็นผลดีอย่างมากต่อผู้ประกันตน 
2กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามจำนวนเงินที่ได้สะสมเข้ากองทุนนั้น ถือว่ายุติธรรมดีเปรียบเสมือนผู้ประกันตนได้ฝากเงินแถมยังได้รั บการคุ้มครองตามสิทธิอีก  
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1กรณีการเป็นผู้ป่วยในที่ต้องอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่สามวันขึ้นไป ได้ไม่เกินสองครั้งต่อปี ด้วยเหตุที่ว่าผู้ประกันตนนั้นประกันตนเพราะหวังใช้สิทธิ แต่กลับไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ เพราะถูกกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ 
2กรณีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนขาดรายได้เดือนละหนึ่งพันบาท เป็นระยะเวลา สิบห้าปี เมื่อทุพพลภาพแล้ว ผู้ประกันตนอาจจะทำงานไม่ได้อีก เพื่อไม่ให้เป็นภาระอย่างที่ควร ดังนั้นอาจให้เงินทดแทนตลอดไปหรือ จนกว่าจะมีรายได้ หรืองาน  
สรุป 
มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแรงงาน มาตรา 40 มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เพิ่มมากขึ้น นับเป็นผลดีต่อผู้ประกันตนเป็นอย่างมาก มีการเพิ่มกรณีการได้รับสิทธิจากสามให้เป็นห้าประโยชน์ที่เพิ่ม ขึ้นมานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการเผยแผ่ข้อมูลนั้นออกไปด้วย ดังนั้นนัก HR ที่ดีจำเป็นต้องให้ลูกจ้างรู้ถึงสิทธิที่พวกเขานั้นควรจะได้ด้ว ย  
Written by tepsuda on 2010-07-22 22:36:47
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวเทพสุดา นามสกุล สังคฤกษ์ 
รหัสนิสิต 51130324 ลำดับเลขที่ 24 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1 ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ 5กรณี ซึ่งคุ้มครองมากกว่าฉบับเก่า จึงเห็นด้วยกับประเด็นนี้ เพราะสิทธิที่ได้รับนั้นครอบคลุมดี และเป็นกรณีที่ผู้ประกันตนต้องได้พบเจอ  
2 กรณีชราภาพ ที่กล่าวว่าจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนที่จ่ายเงินสมทบเ ข้ากองทุน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ที่เห็นด้วยเพราะผู้ประกันตนที่ชราภาพส่วนมากมักจะไม่มีอาชีพแล ะขาดรายได้ข้อนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมากกับตัวผู้ประกันตนเอง เพราะอย่างน้อยผู้ประกันตนจะมีเงินที่ได้จากการบำเหน็จชราภาพแล ะได้รับสิทธิกับผลประโยชน์ตรงจุดนี้ด้วย 
3 กรณีค่าทำศพ คิดว่าเงินสมทบค่าทำศพจำนวน 30,000 บาท นั้นเหมาะสมดี เพราะญาติของผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจะได้นำเงินส่วนนี้ไปเป็นค ่าใช้จ่าย 
 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1 ประเด็นประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้รับเงินทดแทนจากการขาดรายได ้ครั้งละ 1000 บาท ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ที่ไม่เห็นด้วยเพราะ จำนวนเงินที่จ่ายทดแทนน้อยเกินไป เพราะถ้าผู้ประกันตนเป็นลูกจ้างที่มีรายได้น้อยอยู่แล้วก็อาจทำ ให้ลูกจ้างต้องเดือดร้อนอีก เพราะว่าเขาต้องขาดงานขาดรายได้ คิดว่าน่าจะให้เงินทดแทนมากกว่านี้ ส่วนจำนวนปีละไม่เกิน 2 ครั้งคิดว่าน้อยเกินไปเพราะเรื่องการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุนั้น ไม่สามารถคาดการได้ล่วงหน้า 
3 กรณีการคลอดบุตรคิดว่า 3,000 บาทน้อยเกินไป เพราะผู้ประกันตนส่วนมากเป็นผู้มีรายได้น้อยนั้นจะต้องมีค่าใช้ จ่ายในคลอดบุตร และค่าใช้ใจในการเตรียมอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงดูบุตรอีก จึงคิดว่าน่าจะจ่ายให้มากกว่านี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเรื่องค่ าใช้จ่ายแก่ผู้ประกันตนอีกทางด้วย 
 
สรุป  
เห็นด้วยกับประเด็นที่ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็น 5กรณี และกรณีชราภาพและค่าทำศพคิดว่าเหมาะสมแล้วกับจำนวนเงินที่ได้รั บ ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็จะเป็นกรณีคลอดบุตร กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย และกรณีทุพพลภาพ ที่เห็นว่าเงินทดแทนที่ได้รับนั้นน้อยเกินไป เช่นกรณีทุพพลภาพที่จ่ายเงินทดแทนเพียงแค่ 15 ปี แล้วถ้าหลังจาก 15 ปี ถ้าผู้ประกันตนนั้นเป็นผู้ทุพพลภาพแบบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เขา ก็ไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงชีพได้เลย และกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยน่าจะจ่ายเงินทดแทนตามลักษณะอา การหรือความรุนแรงของอุบัติเหตุที่ผู้ประกันตนได้รับตามสมควร จากการรับรองของแพทย์ผู้รักษา  
Written by kanjana on 2010-07-22 22:49:01
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 
ชื่อ น.ส. กาญจณา สุขแดง 
รหัสนิสิต 51130058 เลขที่ 19 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว 
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
เรื่อง ให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นอีก 2 กรณี คือ ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ทำให้ผู้ประกันตนมีสิทธิในการใช้ประกันสังคมเพิ่มมากขึ้น 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะผู้ประกันตนสามารถได้รับเงินทดแทนเพิ่มอีก 1000 บาท ทั้งที่ผู้ประกันตนไม่ได้มีการปฏิบัติงาน 
3. ในกรณีชราภาพ ผู้ประกันตนจะสามารถได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่า ยเงินสะสมเข้ากองทุน (ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท) พร้อมผลประโยชน์ทดแทน 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะผู้ประกันแต่ละคนมีฐานะทางการเงินไม่เท่ากัน เงินสงเคราะห์การคลอดบุตรอาจน้อยเกินไป 
2. ในกรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งระยะเวลานี้น้อยเกินไป 
3. กรณีตายจะได้รับค่าทำศพ 30000 บาท แต่ในฉบับเดิมได้รับเงิน 40000 บาท ซึ่งจำนวนเงินนั้นลดลงและน้อยเกินไป อาจจะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย 
สรุปความคิดเห็นของตนเอง 
การที่ประกันสังคมได้ออกกฎหมายใหม่ในมาตรา 40 ที่ได้มีการเพิ่มการได้รับประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นอีก 2 กรณี คือ ในกรณีเจ็บป่วยและกรณีชราภาพ ในกฎหมายใหม่ในมาตรา 40 จึงมีทั้งหมด 5 กรณี จึงทำให้ผู้ประกันตนมีสิทธิที่จะใช้การประกันสังคมเพิ่มขึ้น และครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม แต่ก็มีบางมาตราที่ปรับเปลี่ยนแล้วส่งผลกระทบในการได้รับประโยช น์ทดแทนในอัตราที่ลดน้อยลง  
Written by suphakornsp on 2010-07-22 23:09:35
ชื่อ นาย ศุภกร พิกุลขาว 
 
รหัสนิสิต 51022483 เลขที่ 4 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
วิพากษ์ มาตรา 40  
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ที่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็น 5 กรณี จากเดิมที่เป็น 3 กรณี เพราะผู้ประกันตนได้รับสิทธิในการคุ้มครองมากขึ้น โดยเพิ่มกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ซึ่งกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นกรณีที่ใช้มากที่สุด 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ค รั้งละ 1,000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไปในที่จะได ้รับในแต่ละครั้ง  
3.ในกรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี เพราะในกรณีนี้ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดร ายได้นั้นไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป เพราะผู้ประกันตนนั้นไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม 
4.ในกรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะเป็นเงินที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และเป็นเงินให้เปล่า ซึ่งผู้ที่คลอดบุตรสามารถนำเงินนี้ไปใช้จ่ายในการซื้อของใช้ที่ จำเป็นในการเลี้ยงดูบุตรได้  
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยนั้นจะได้รับเงินทดแทนการขาดราย ได้ เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งควนที่จะเพิ่มครั้งในการรักษาเป็น 3-4 ครั้งต่อปี เพราะการเจ็บป่วยนั้นครเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะเป็นเมื่อ ไร และคงไม่มีใครอยากเจ็บป่วย 
2.ในกรณีตายจะได้รับเงินทำศพ 30,000 บาท นั้นควรจะได้รับเท่าเดิมเป็น 40,000 บาท เพราะว่าเงินนั้นน้อยเกินไป และในแต่ละศาสนาก็จะมีวิธีทำศพที่ไม่เหมือนกันซึ่งแต่ละศาสนาต่ างก็มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งนั้น 
สรุป 
จากการที่กระทรวงแรงงานได้แก้ไขกฎหมายมาตรา 40 ทำให้ผู้ประกันตนนั้นได้รับการคุ้มครองมากขึ้น ซึ่งในแต่ละกรณีที่ได้รับการแก้ไขนั้นมีความจำเป็นต่อผู้ประกัน ตนและยังช่วยให้ผู้ประกันตนแบ่งเบาภาระลงไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่กฎหมายมาตรา 40 นั้นที่ได้รับการแก้ไขนั้นก็มีความเหมาะสมดีแล้วแต่จะมีบางกรณี ที่ยังเห็นว่าไม่เหมาะสมดังที่กล่าวมาข้างต้น  
 
 
Written by ranee on 2010-07-22 23:09:47
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์ 
ชื่อ น.ส. ราณี พิมพ์ศรี 
รหัสนิสิต 51130805 เลขที่ 40 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว 
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
เรื่อง ให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. มีการเพิ่มการได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนในมาตรา 40 คือ จากเดิมมีแค่ 3 กรณี คือ คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย เป็น 5 กรณี คือ คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และชราภาพ  
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง(ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น) 
3. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน(ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท)พร้อมผลประโยชน์ทดแทน(ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น) 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. กรณีคลอดบุตรได้รับเงินทดแทนน้อยลงกว่าเดิมจาก 12000 แต่กฎหมายใหม่ให้ในกรณีคลอดบุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร ครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง(จำนวนเงินน้อยเกินไป) 
2. กรณีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลา 15 ปี(เป็นเวลาที่น้อยเกินไป) 
3. กรณีตาย เงินค่าทำศพน้อยลงกว่าเดิม คือ 40000 ลดลงเหลือ 30000  
4. กรณีชราภาพได้รับเงินทดแทนต่อเดือน(ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป 
สรุปความคิดเห็นของตัวเอง 
การได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนตามมาตรา 40 ซึ่งกฎหมายใหม่ได้เพิ่มเป็น 5 กรณี คือ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย คลอดบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ ตาย ซึ่งครอบคลุมมากขึ้นแต่ก็ยังมีบางกรณีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทด แทนลดลงจากเดิม แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลยังเห็นความสำคัญของเรื่องนี้และยังสนใจควา มเป็นอยู่ของประชาชน 
วิพากษ์มาตร่า40
Written by mimdeknonza on 2010-07-22 23:27:11
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิตนางสาวนันทิตา นามสกุล ธรรมนู 
รหัสนิสิต 51022384 ลำดับเลขที่ 1 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์  
///////////////////////////////////////  
 
วิพากษ์ มาตรา 40 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์เป็น5กรณี จากเดิม3กรณี เพื่อจะได้คุ้มครองสิทธิได้ทั่วถึงและมากขึ้นจากเดิม 
2. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั ้งละ1000บาทซึ่งต้องเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่3วันขึ้นไป ซึ่งจำนวนเงินทดแทนการขาดรายได้อยู่ในจำนวนที่พอดีกับในแต่ละคร ั้งคราว 
จำนวนเงินไม่มากไม่น้อยจนเกินไป 
3.กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ3000บาท คนละไม่เกิน2ครั้งก็อยู่ในจำนวนที่เหมาะสมอยู่แล้วกับกรณีนี้ ส่วนที่ไม่เกินคนละ2ครั้ง ก็น่าจะเท่ากับมีบุตร2คน ซึ่งก็สมควรกับสภาพสังคมในเวลานี้ 
4. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน(ไม่น้อยกว่าเดือนละ100บาท) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ในกรณีชราภาพแล้วได้รับเงินบำเหน็จก็เป็นกรณีมี่เหมาะสมดีแล้วก ับในกฎหมายมาตรา40ตามความเป็นจริงว่าต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุ น 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ซึ่งจะได้ปีละไม่เกิน2ครั้ง น่าจะเป็นจำนวนที่น้อยเกินไป อย่างน้อยควรจะให้เพิ่มเป็นปีละ3-4ครั้ง 
2. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ1000บาทเป็นร ะยะเวลา5ปี ซึ่งในกรณีนี้น่าจะจัดเงินทดแทนให้เหมาะสมกับว่าผู้ประกันตนทุพ พลภาพมากน้อยเท่าไรหรือช่วยเหลือในการที่จะหาเลี้ยงตนเองได้ดีแ ค่ไหน เป็นกรณีๆ 
3.กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ30000บาท ก็ควรจะให้เงินค่าทำศพเป็น50000บาทจึงน่าจะสมควรกับกรณีตายที่เ กิดขึ้น 
สรุปความคิดเห็นของตนเอง 
จากที่ได้มีการแก้ไงในมาตรา40ทำให้ประกันสังคมมาตรานี้คุ้มครอง ผู้ประกันตนได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิที่จำเป็นแล ะผู้ประกันตนสมควรจะได้หลายๆกรณี รวมทั้งจำนวนเงินของการรับเงินสมทบ ประโยชน์ทดแทน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในจำนวนที่เหมาะสมดีแล้ว 
วิพากษ์มาตรา 40
Written by asy035 on 2010-07-22 23:33:58
นายณรงค์ชัย ฐิติวร 
รหัสนิสิต 51026498 ลำดับเลขที่10  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
/////////////////////////////////////// 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. มีการครอบคลุมการคุ้มครองมากขึ้นกว่าเดิมโดยเพิ่มการคุ้มครองด้ านการเจ็บป่วยและชราภาพขึ้นโดยแต่ก่อนมี 3 กรณี ปัจจุบันได้ครอบคลมจนถึง5 กรณี ทำให้แรงงานนั้นมีสว้สดิการที่ดีขึ้น 
2. กรณีทุพพลภาพขาดรายได้นั้นก็จะได้เงินช่วยเหลือ1000 บาท เห็นด้วยเพราะทำให้สิทธิกับแรงงานผู้ที่พิการอันเนื่องจากการทำ งานและไม่เนื่องจากการทำงาน เป็นประโยชน์ที่ดีในเรื่องของการอุปการะผู้พิการอีกด้วย 
3. กรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์คลอดบุตร ครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกินสองครั้ง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นการสงเคราะห์บุตรของแรงงา นอีกด้วย 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.กรณีที่เสียชีวิตนั้นได้ค่าสมทบ 30000 บาท นั้นไม่เห็นด้วยเพราะการสงเคราะห์ด้วยเงินเพียง 30000 บาทนั้นน้อยเกินไปควรจะมีการเพิ่มให้สมทบมากกว่านี้อาจจะเพิ่มข ึ้นเป็น 50000 บาทต่อราย 
2.น่าจะมีการสมทบจากรัฐบาลเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระของลูกจ้าง แทนที่จะมีการสมทบเงินจากลูกจ้างเพียงฝ่ายเดียว 
3. กรณีเจ็บป่วยนั้นจะได้รับสิทธิเมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้ง แต่ 3 วันขึ้นไปได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ไม่เห็นด้วยเพราะลูกจ้างบางคนนั้นมีโรคประจำตัวและต้องเข้าออกโ รงพยาบาลอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นการที่ให้เข้ารักษาที่โรงพยาบาล 2 ครั้งนั้นน้อยเกินไป 
 
 
สรุปความคิดเห็นของตน 
จากที่ได้ดูการเปลี่ยนแปลงของ มาตรา 40 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นซะเป็นส่วนใหญ่โดยมีการเพิ่มกรณี การคุ้มครองจาก 3 กรณีเป็น 5 กรณี ซึงเป็นผลดีต่อลูกจ้างเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านเจ็บป่วยและชราภาพยังเป็นการให้ลูกจ้างมีกำลังใจทำงา นเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่การสบทบยังคงเป็นการสมทบเงินแต่เพียงลูกจ้างฝ่ายเดียว น่าจะมีการสมทบเงินจากฝ่านรัฐบาลเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภ าระและทำให้ค่าใช้จ่ายในการชดเชยคุ้มครองกรณีต่างๆนั้นเพิ่มขึ้ นอีกด้วย 
งานครั้งที่6 วิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มา
Written by PloyNgam on 2010-07-23 01:41:34
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวพลอยศิรินทร์ นามสกุล งามวงศ์  
รหัสนิสิต 51130669 ลำดับเลขที่ 36  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
/////////////////////////////////////////////////////////////// 
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
วิพากษ์ประเด็นที่เห็นด้วย 
จากมาตรา40 ประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากการจ่ายเงินเข้ากองทุนส มทบ ทั้ง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ข้าพเจ้ามีความเห็นด้วย เพราะจากเดิมของตามมาตรา 40 นั้นตามตารางจ่ายเงินสมทบ ที่คุ้มครองและให้สิทธิประโยชน์เพียงแค่ 3 กรณีเท่านั้น คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุรพลภาพ และกรณีตาย ที่ข้าพเจ้าคิดว่ายังครอบคลุมไม่เพียงพอ แต่การที่เพิ่มเข้ามาอีก 2 กรณี ซึ่ง 2กรณีนี้ถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาว ่าจะเกิดประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเมื่อใด และกรณีชราภาพก็ถือได้ว่าเป็นการคุ้มครองในระยะยาว เมื่อผู้ประกันตนชราภาพที่ไม่มีกำลังในการดำเนินงาน 
นอกจากนี้ มาตรา40 ที่มีเพียง 3 กรณี แต่ได้เพิ่มขึ้นมาอีก 2 กรณี ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะกรณีมาตรา40 เดิมในกรณีคลอดบุตร ที่ข้าพเจ้าคิดว่าการที่ผู้ประกันตนจะนำไปใช้ได้นั้น ไม่มีความครอบคลุมเพียงพอทุกๆคน ที่จะได้รับแค่หญิงมีครรภ์และชายที่ภรรยาตนมีครรภ์ ซึ่งก็จะมีผู้ประกันตนที่เป็นโสดและไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ แต่การที่ได้เพิ่มขึ้นมาอีก 2 กรณี ก็จะทำให้มีผู้ประกันตนทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้น 
รวมไปถึงการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนที่จ่ายเป็นรายเดือนเดื อนละ 280 บาท ที่ปริมาณของจำนวนเงินก็ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป ที่เท่ากับจำนวนเงินของการจ่ายเงินสมทบ 3 กรณี แต่ในที่นี้จ่ายเงินสมทบเท่าเดิมที่ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่ มขึ้นมาอีก ถือว่าคุ้มค่า 
 
วิพากษ์ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
ในกรณีทุพพลภาพที่ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา15ปี ซึ่งข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะว่าเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท ถือได้ว่ามีจำนวนที่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับมาตรา40 กรณีทุพพลภาพ(ที่ไม่เนื่องจากการทำงาน) ที่ได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือน 2000 บาท อีกทั้งยังกำหนดระยะ 15 ปี ซึ่งถ้าจะมองในเรื่องของตัวเลขอาจจะมีปริมาณมากแต่เมื่อมองภาพร วมที่คนทุพพลภาพได้รับถือว่าไม่คุ้มค่า เนื่องจากสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจที่สูญเลียไปนั้นอาจ กลับมาเป็นปกติได้บางส่วนหรือไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้เลย 
นอกจากนี้ในกรณีที่เหลือ คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ที่จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ข้าพเจ้าคิดว่าจำนวนเงินดังกล่าวมีจำนวนที่น้อยเกินไปเมื่อเทีย บกับค่าจ้างรายเดือนที่เขาจะได้รับ หากว่าการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยนั้นเป็นแบบเรื้อรั้ง 
กรณีคลอดบุตรที่จะได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นที่เป็นข้อแนะนำว่าควรมีเงื่อนไขให้ผู้ได ้รับผลประโยชน์เลือกว่าตนอยากได้แบบเป็นครั้งหรือแบบเหมาจ่ายใน การรับเงิน 
กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30000บาท ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะได้รับเท่ากับมาตรา 40 เดิม ที่ได้รับค่าทำศพถึง 40000 บาท  
 
สรุปใจความสำคัญ 
สำนักงานประกันสังคมจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดรับสม ัครขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนเดือนละ 280 บาท ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ1000บาท โดยได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีคลอดบุตรให้ได้ไม่เกินคนละ 2 ครั้ง โดยได้รับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรครั้งละ3000 บาท กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาทเป็นระยะเวลา15 ปี กรณีตายจะได้รับเงินค่าทำศพ 30000 บาท กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็บชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข ้ากองทุน(ไม่น้อยกว่าเดือนละ100 บาท) พร้อมประโยชน์ทดแทน 
 
Written by Orathai on 2010-07-23 08:56:48
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวอรทัย นามสกุล ชื่นชิด 
รหัสนิสิต 51026948 ลำดับเลขที่ 15  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
///////////////////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ประชาชนทุกคนมีสิทธิเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ 
2.การจ่ายเงินสมทบรายเดือน เดือน 280 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาเกินความสามารถในการจ่ายเงินสมทบ 
3.สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเพียงพอ เพราะทุกกรณีที่เราต้องเจอมีทั้งกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย,การคลอดบุตร,กรณีทุพพลภาพ,กรณีตาย,และกรณีชราภาพ 
4.การได้รับเงินสมเคราะห์การคลอดบุตรนั้นเพียงพอ เพราะการคลอดบุตรนั้นได้ถึง 3,000 บาท และไม่เกิน 2 ครั้ง ตามที่กฎหมายคุ้มครอง การมีบุตร 2 คนก็เพียงพอแล้ว สำหรับครอบครัวในสมัยปัจจุบัน 
5.กรณีทุพพลภาพ จ่ายเดือนละ 1 ,000 บาท เพราะ เป็นเงินช่วยทางหนึ่งที่บุคคลนั้นสามารถจะมีได้ 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1.การได้รับเงินทดแทน 1,000 บาท เมื่อผู้ป่วยประสบอันตราย และอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ไม่ควรกำหนดระยะเวลา เพราะเมื่อประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยแล้ว ไม่ควรกำหนดระยะเวาการอยู่ในโรงพยาบาลถึง 3 วันควรจ่ายตั้งแต่เริ่มเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเลย 
2.กรณีทุพพลภาพ ที่จ่ายเงินให้เป็นระยะเวลา 15 ปีนั้น น้อยไป เพราะ เมื่อเป็นบุคคลทุพพลภาพไปแล้วไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกเล ย จึงควรช่วยต่อไปเรื่อยๆจนกว่า บุคคลนั้นจะเสียชีวิต 
3.กรณีตายควรเพิ่มเงินค่าทำศพ เพราะเงินจำนวนเพียง 30,000 บาท น้อยมากต่อการจัดงานศพ ดังนั้นจึงควรเพิ่มเงินทำศพขึ้นอีก 
4.กรณีชราภาพ จ่ายเงินตามที่จ่ายเข้ากองทุนสมทบ ควรจะกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอน เพราะคนที่ท จะได้ทราบว่าจะได้รับเท่าไร จะได้คำนวนอัตราเงิน เพื่อที่จะได้ปรับใช้ต่อไปในอนาคต  
สรุปความคิดเห็นตัวเอง 
ตามมาตรา 40 ที่ได้ปรับใหม่นั้น ตามความคิดเห็นของดิฉัน โดยรวมถือว่าดีแล้ว แต่มีบางจุดที่ดิฉันอาจไม่เห็นด้วยบ้างตามที่กล่าวมาข้างต้น ในกรณี มาตรา 40 นี้ให้ทุกคนมีสิทธิที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ทั้งที่ท่านจะท ำงาน หรือไม่ก็ตาม เพียงเดือนละ 280 บาท แต่สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในภายภาคหน้านั้นมากเพียงพอ ต่อความต้องการในกรณีต่างๆทั้ง 5 กรณี ทั้งกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย กรณีการคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ สรุปโดยรวมมาตรา 40 ถือว่าดีแล้ว  
 
Written by muenseeprom on 2010-07-23 11:41:42
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
 
ชื่อนิสิต นายนิพล นามสกุล หมื่นสีพรม 
 
รหัสนิสิต 51130423 ลำดับเลขที่ 25 
 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
 
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
///////////////////////////////////////// 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. การจ่ายเงินสมทบ 280 บาท ต่อเดือนซึ่งเป็นจำนวนเงินจ่ายสมทบที่เท่าเดิมทำให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 ไม่ต้องรับภาระที่เพิ่มขึ้นในด้านการจ่ายเงินสมทบ 
2. การได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณีซึ่งเพิ่มมาจากเดิมที่มีแค่ 3 กรณี คือ คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ที่เพิ่มมาอีก 2 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 
3. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้ งละ1,000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนเพราะการใช้สิทธิประกันสังคมส่วนมาก เป็นเรื่องของการเจ็บป่วยซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว 
4. กรณีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ทำให้ผู้ประกันตนมีรายได้จากการประกันตน 
5. กรณีชราภาพ เป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทำให้ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้รับเงินทดแทนครั้งละ 1,000 บาท ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยไป และในการได้รับประโยชน์ต้องป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 3 วัน ผู้ป่วยบางคนอาจจะเจ็บป่วยไม่มาก พักรักษา 1 วันก็หาย เช่น ปวดประจำเดือน แต่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ถึง 3 วัน ก็ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์นี้ 
2. การใช้สิทธิกรณีเจ็บป่วยได้เพียงปีละ 2 ครั้ง น้อยไป 
3. กรณีคลอดบุตรได้รับเงินสงเคราะห์เพียง 3,000 บาท เป็นจำนวนเงินที่น้อยเพราะค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรสูง ถ้าประกันสังคมจ่ายมากกว่านี้ก็คงจะแบ่งเบาภาระได้มากขึ้น 
สรุป อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าคิดว่าการแก้ไขกฎหมายประ กันสังคมนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากกว่าการเสียประโ ยชน์ ดังที่ได้กล่าวข้างต้น และข้าพเจ้าเห็นด้วยกับการเพิ่มกรณีการใช้สิทธิประโยชน์ทางประก ันสังคม การเปิดโอกาสจัดอบรมให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพ ื่อเตรีมความพร้อมเป็นการจัดกิจกรรมที่ดีที่จะทำให้พนักงานเองไ ด้เข้าใจในตัวกฎหมายใหม่นี้ก่อนที่จะได้ใบรับสมัครซึ่งเป็นประโ ยชน์ต่อผู้ที่จะมาประกันตนและผู้อบรมเอง และยังมีช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมอี กหลายทาง ทั้งโทรศัพท์สายด่วนอัตโนมัติ และที่สำคัญอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นวิธีการที่เข้าถึงได้มากที่สุด  
 
 
 
 
 
 
 
 
Written by raweeporn on 2010-07-23 11:48:48
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อ น.ส. ระวีพร สุขแสง 
รหัสนิสิต 51130799 เลขที่ 39  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
เรื่อง ให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
 
ประเด็นที่เห็นด้วย  
1. เห็นด้วยกับการเพิ่มกรณี จากเดิม 3 กรณี คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย ได้เพิ่มมาอีก 2 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และ กรณีชราภาพ รวมเป็น 5 กรณี เพราะจะทำให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการเพิ่มขึ้น 2 กรณี 
2. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะเมื่อผู้ประกันตนประกอบอาชีพไม่ได้ ทำให้ขาดรายได้ ก็ควรได้รับเงินทดแทน 
3. ในกรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายเงินสะสมเข้ากองท ุน พร้อมผลประโยชน์ทดแทน เพราะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจากเดิม 
 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย  
1. ในกรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการคลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งได้เงินทดแทนน้อยลงกว่าเดิม 
2. ในกรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งน้อยเกินไป น่าจะได้มากกว่านี้ 
3. กรณีตายจะได้รับค่าทำศพ 30000 บาท ซึ่งน้อยกว่าเดิม อาจจะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย 
 
 
สรุปความคินี้ดเห็นของตนเอง  
การที่เปลี่ยนกฎหมายใหม่ในมาตรา 40 จาก 3 กรณี เพิ่มเป็น 5 กรณี ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น จากการเพิ่มขึ้น 2 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วยและกรณีชราภาพ ที่ได้มีการเพิ่มการได้รับประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นอีก 2 กรณี คือ ในกรณีเจ็บป่วยและกรณีชราภาพ ซึ่งจะครอบคลุมมากขึ้น 
วิพากษ์มาตรา 40 แก้ไขใหม่
Written by panomgorn on 2010-07-23 17:12:23
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นายพนมกร นามสกุล วุฒิวัย  
รหัสนิสิต 51130614 ลำดับเลขที่ 33  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
//////////////////////////  
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
 
1. ผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนๆละ 280 บาท ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไปเมื่อคิดถ ึงสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 
2. ผู้ประกันตนในมาตรา 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่มขึ้นอีก 2 กรณี คือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ จากเดิมที่มีแค่กรณีเสียชีวิต กรณีทุพพลภาพ กรณีคลอดบุตร ข้าพเจ้าคิดว่าการเพิ่มนี้จะช่วยผู้ประกันตนได้มากขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
3. กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากอง ทุน ข้าพเจ้าคิดว่าเหมาะสมเพราะว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญข องการประกันสังคม ยิ่งจ่ายเงินสมทบเท่าไรก็ไดเท่านั้น เป็นการรู้จักออมไปในตัวด้วย 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
 
1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาท เมื่อเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ข้าพเจ้าเห็นว่า เงินที่ได้ทดแทนการขาดรายได้มันน้อยเกินไป และต้องเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเกิน 3 วันขึ้นไป บางกรณีอาจจะอยู่โรงพยาบาลไม่ถึง 3 วัน แต่อาจไม่สามารถทำงานได้ ก็น่าจะได้รับค่าตอบแทนด้วยเช่นกัน และการได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ออกจะไม่เหมาะสม เพราะคงไม่มีใครอยากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย การให้ค่าทดแทนควรจะดูเป็นเหตุการณ์ไป 
2. กรณีคลอดบุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์คลอดบุตรครั้งละ 3000 บาท ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ข้าพเจ้าเห็นว่า เงินเพียงแค่ 3000 บาท ออกจะดูน้อยไปหน่อย ควรจะปรับให้มากกว่านี้ 
3. กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี ข้าพเจ้าเห็นว่าเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท มันน้อยเกินไป ควรจะเพิ่มให้มากกว่านี้และหาทางช่วยเหลือ 
 
สรุปความคิดเห็น 
 
กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 ฉบับแก้ไขใหม่นี้ ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นเพื่อให้คลอบคลุมมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ดีที่เห็นถึงความสำคัญของผู้ประกันตน แต่การลดเงินทดแทนในหลายๆกรณีเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยจะเห็น ด้วย เนื่องจากในปัจจุบันสภาพสังคมและเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างมาก ผู้ประกันตนน่าจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่าเดิม 
Written by pangrum on 2010-07-23 19:40:02
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวสุชาดา ยังประเสริฐ 
รหัสนิสิต 51131031 ลำดับเลขที่ 51 
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 
 
///////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่ 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1. ข้าพเจ้าเห็นด้วยในปนะเด็นที่ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่มมากขึ้นจากเดิมจะได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 3 กรณี คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีตาย แต่มาตรา 40 ที่บัญญัติขึ้นใหม่นั้นได้เพิ่มสิทธิประโยชน์อีก 2 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และกรณชราภาพ 
2. ในเรื่องของเงินสมทบที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 280 บาท (3360 บาท/ปี) ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ แต่เงินสมทบที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมเท่าเด ิม 
3. วิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เป็นกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ถ้าหากเรามีสิทธิประโยชน์ในกรณีนี้คุ้มครองไว้ก็จะเป็นอันดี และข้าพเจ้าคิดว่าการให้สิทธิประโยชน์ในกรณีนี้จะเป็นประโยชน์ต ่อผู้ประกันตนมากที่สุด 
 
ประเด็นไม่เห็นด้วย 
1. กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท ข้าเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะ ในมาตรา 40 (ฉบับเก่า) ในกรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทน 60% จากเงินเดือน แต่ในกฎหมายตามมาตรา 40 ที่ได้บัญญัติขึ้นใหม่นี้จะได้รับเงินทดแทนเพียง 1000 บาท ข้าพเจ้าคิดว่าจำนวนเงินทดแทนที่ผู้ประกันจะได้รับน้อยเกินไป 
2. กรณีที่ผู้ประกันตนตายจะได้รับเงินค่าทำศพเพียง 30000 บาท ข้าพเจ้าจึงไม่เห็นด้วย เพราะ ตามมาตรา 40 ในฉบับเก่า กรณีผู้ประกันตนตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 40000 บาท และทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ ดังนี้ 
- จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่ง 
- จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 5 เดือน 
ทั้งนี้ กฎหมายตามมาตรา 40 ที่ได้บัญญัติขึ้นใหม่ จะได้รับค่าทำศพเพียง 30000 บาท และทายาทไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ข้าพเจ้าคิดว่าไม่เป็นธรรมต่อทางครอบครัวของผู้ประกันตน  
 
สรุปเนื้อหา 
มาตรา 40 ที่บัญญัติขึ้นใหม่มีความเปลี่ยนแปลงจากมาตรา 40 ในฉบับเก่า คือ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 กรณี ดังนี้ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ซึ่งเงินสมทบที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมยังคง จ่ายเท่าเดิม (3360 บาท/ปี) แต่ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ในส่วนนี้ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นสิ่งดี เป็นผลประโยชน์ต่อทางผู้ประกันตน และในส่วนของกรณีทุพพลภาพและกรณีตาย ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน คือ กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นเวลา 15 ปี ซึ่งจากเดิมจะได้รับเงินทดแทน 60% จากเงินเดือน กรณีตายจะได้รับเงินทำศพ 30000 บาท จากเดิมจะได้รับ 40000 บาท ทั้งนี้การที่มีการแก้กฎหมายมาตรา 40 ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ความคิดที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับต่อผู้ประกัน
Written by 51026900 on 2010-07-23 21:42:51
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวสุพัฒตรา ปะนาโท  
รหัสนิสิต 51026900 ลำดับเลขที่ 14  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
///////////////////////////////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ผู้ประกันตนในมาตรา 40 ได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ ซึ่งมาตรา 40 ก่อนหน้านี้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพียงแค่ 3 กรณี คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย  
2. สำนักงานประกันตนสังคมได้มีการจัดอมรมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ใ นการรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน การรับเงินสมทบ การจ่ายประโยชน์ทดแทน และการบันทึกบัญชีกองทุน เพราะมันเป็นผลดีแก่ผู้ประกันตนที่จะได้รับความรู้ความเข้าใจใน มาตรา 40 เพราะผู้ประกันตนบางคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือยังไม่รู้สิทธิในกา รใช้ประโยชน์ 
3.กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเ ข้ากองทุนไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท พร้อมผลประโชน์ทดแทน ในกรณีนี้ถือว่ามีความยุติธรรมแก่ผู้ประกันตน เพราะถือว่าเป็นผลประโยชน์ล่วงหน้าให้แก่ผู้ประกันตนที่จ่ายเงิ นสมทบเข้ากองทุนอย่างสม่ำเสมอ 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.เมื่อผู้ประกันตนเกิดกรณีเจ็บป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง แต่ในความเป็นจริงในปีหนึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเราจะเจ็บป่ วยตอนไหน มากน้อยแค่ไหน บางคนอาจจะเจ็บป่วยมากกว่า 2 ครั้ง บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลย แต่จากการสำรวจแล้วว่า คนไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มการเจ็บป่วยมากขึ้น และในกรณีเจ็บป่วยสำนักงานประกันสังคมน่าจะให้สิทธิปีละไม่เกิน 5 ครั้ง 
2.กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท ในกรณีนี้สำนักงานประกันสังคมน่าจะให้เงินชดเชยให้แก่ผู้ประกัน ตนในจำนวนเงินที่มากกว่านี้ เพราะกรณีทุพพลภาพ ผู้ประกันตนก็ไม่สามารถทำงานได้ หรือถ้าทำงานได้ก็จะได้รายได้น้อย ไม่พอใช้ อาจทำให้ผู้ประกันตนดำรงชีวิตได้อย่างยากลำบาก 
 
สรุป 
มาตรา 40 ที่ได้ปรับปรุงใหม่และจะออกใช้ในเดือนสิงหาคม ดิฉันคิดว่าการปรับปรุงมาตรา 40 ในครั้งนี้ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิผลประโยชน์มากขึ้น อย่างเช่น กรณีที่ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ก่อนการปรับปรุงมาตรา 40 เพียงแค่ 3 กรณีเท่านั้น คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย แต่เมื่อได้ปรับปรุงใหม่ผู้ประกันตนก็ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่ม ขึ้นอีก 2 กรณี คือกรณีเจ็บป่วย และกรณีชราภาพ เพราะในความเป็นจริงผู้ประกันตนจะประสบกับกรณีเจ็บป่วยมากที่สุ ด และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ สำนักประกันสังคมได้มีการจัดอบรมในการเป็นผู้ประกันตน ทำให้ผู้ประกันตนเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 
 
Written by 1142218 on 2010-07-23 22:46:37
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวขวัญเรือน นามสกุล บุญลา  
รหัสนิสิต 51026351 ลำดับเลขที่ 7  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
///////////////////////////////////////////////////////////////  
 
เรื่องให้นิสิตวิพากษ์กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 แก้ไขใหม่  
 
ประเด็นที่เห็นด้วย 
1.ผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 ที่แก้ไขใหม่ จะได้รับสิทธิประโยชน์ คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ซึ่งดีกว่ากฎหมายเก่า ที่มีการจ่ายประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ประกันตน 3 กรณี คือ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีตาย เท่านั้น ทำให้ผู้ประกันนตนได้รับประโยชน์มากขึ้น 
2.จากการที่สำนักงานประกันสังคม จัดอบรมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในการรับขึ้นทะเบียนผู้ประกันสั งคม ตามมาตรา 40 ซึ่งทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มีความรู้และความเข้าใจต่อขั้ นตอนการปฎิบัติ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการ สามารถให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกันตนได้อย่างถูกต้อง  
3.สำหรับ กรณีชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ซึ่งไม่น้อยกว่าเดือนละ 100 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนนั้น ถือว่าเหมาะสม เพราะมีความยุติธรรมต่อผู้ประกันสังคม 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 
1.สำหรับ กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 15 ปี นั้น ถือว่าไม่เหมาะสม สำหรับผู้ประกันตน เพราะ จำนวนเงินที่จ่ายนั้นมีจำนวนน้อยเกินไป ไม่เหมาะสมต่อการดำรงค่าครองชีพ  
2.ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ครั้งละ 1000 บาทเมื่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้งนั้น ถือว่าไม่เหมาะสมต่อผู้ประกัน เพราะ บางครั้งอาจมีการรักษาพยาบาลเป็นระยะเวลาที่นาน ซึ่งทำให้ขาดรายได้ การจ่ายเงินค่าทดแทน จึงไม่เหมาะสมต่อผู้ประกันสังคม 
 
สรุป 
จากกฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 ที่แก้ไขใหม่นั้น โดยภาพรวมแล้ว ถือว่ามีความเหมาะสมต่อผู้ประกันสังคม และ สิทธิประโยชน์มากกว่ากฎหมายเก่า ซึ่งคุ้มครองแค่ 3 กรณี ทำให้ผู้ประกันสังคมขาดสิทธิประโยชน์บางกรณี สำหรับกฎหมายใหม่ที่ได้แก้ไขขึ้น มีสิทธิประโยชน์ถึง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น  
Written by pimjan on 2010-07-23 23:07:13
เรียน อาจารย์ว่าที่พันตรีวิษณุ บุญมารัตน์  
ชื่อนิสิต นางสาวพิมพ์จันทร์ เหลืองธรรมศิริ  
รหัสนิสิต 51026696 ลำดับเลขที่ 13  
คณะการจัดการและการท่องเที่ยว  
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์  
 
/////////////////////////////////////////////////////////////// 
 
 
 
ประเด็นที่เห็นด้วยในมาตราที่ 40 
 
1.เห็นด้วยตรงที่สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 5 สิทธิ  
 
2.เมื่อสิทธิเพิ่มขึ้นการจ่ายเงินยังคงเท่าเดิมคือ 280 บาท 
 
3. เห็นด้วยตรงที่กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นมาเพราะมั กเกิดขึ้นมากกว่ากรณีอื่นๆจึงควรมีสิทธิประโยชน์ให้ใช้ได้จริง 
 
4.กรณีชราภาพ ควรมีเพราะเมื่อคนแก่ไม่มีงานทำควรได้รับบำเหน็จให้ได้ใช้จ่ายใ นชีวิตประจำวัน 
 
5.ได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท เพราะการจัดงานศพต้องมีค่าใช้จ่ายควรแบ่งเบาภาระของญาติผู้เสีย ชีวิต 
 
 
 
ประเด็นที่ไม่เห็นด้วยในมาตรา 40 
 
1.ในกรณีเจ็บป่วยควรได้รับสิทธิมากกว่า 3 ครั้ง เพราะการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ 
 
2.กรณีทุพพลภาพควรได้รับเงินมากกว่า 15 ปี เพราะ เนื่องจากเมื่อพ้น 15 ปี ผู้ทุพพลภาพจะไม่สามารถทำมาหากินได้ 
 
3.บำเหน็จชราภาพขึ้นต่ำควรเพิ่มขึ้นจาก 100 บาท ให้พอดีกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน 
 
 
 
สรุปผู้ประกันตนตามมาตรา 40 
 
ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 280 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้มขึ้นจาก 3 เป็น 5 สิทธิ ดังนี้ คือ 
 
1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทน ครั้งละ 1,000 บาทเมื่อนอนโรงพยาบาลนานกว่า 3 วัน แต่ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง 
 
2.กรณีคลอดบุตรครั้งละ 3,000 บาท ไม่เกิน 2 ครั้ง 
 
3.กรณีทุพพลภาพได้รับเงินทดแทนเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี 
 
4.กรณีตายจ่ายค่าทำศพ 30,000 บาท  
 
5.กรณีชราภาพ จะได้รับบำเหน็จตามจำนวนที่จ่ายเข้ากองทุน พร้อมประโยชน์ตอบแทน 

เฉพาะสมาชิกที่ลงทะเบียนแล้วเท่านั้น จึงจะมีสิทธิแสดงความคิดเห็นครับ.
กรุณาเข้าระบบ หรือสมัครสมาชิกก่อนครับ

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 22 July 2010 )

Mambo is Free Software released under the GNU/GPL License.